<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Enjoyday.net</title>
	<atom:link href="http://www.enjoyday.net/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.enjoyday.net</link>
	<description>แนะนำการสร้างเว็บไซต์ สอนทำเว็บตั้งแต่พื้นฐาน สอน HTML,CSS, XHTML แนะนำการใช้งาน Wordpress &#38; Joomla!</description>
	<lastBuildDate>Thu, 19 Nov 2009 04:31:07 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>หาเงินบนโลกออนไลน์</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/11/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/11/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Nov 2009 04:23:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogger Talk]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2751</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ผู้เขียนหายหน้าหายตาไปนาน ต้องขออภัยมิตรรักแฟนบล็อกด้วย (ถ้าหากว่ามีอยู่ 55+)
เนื่องจากเห็นว่า enjoyday เป็นบล็อกที่อยู่ตัวแล้ว มีคนเข้าสม่ำเสมอ ยิ่งช่วงนี้สถิติคนเข้าบางวันขึ้นไปเฉียดพันคนต่อวันทีเดียว
ก็เลยถือโอกาสแวบไปทำเว็บอื่นๆ เพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์ต่างๆ ให้ตัวเอง
ซึ่งก็คงเหมือนกับ blogger อีกหลายท่าน  ที่หนีไม่พ้นเรื่องราวของการทำเว็บหาเงินในโลกออนไลน์
เล่าให้ฟังคร่าวๆ แล้วกันนะคะ ว่าหายไปทำไรมาบ้าง แต่คงไม่สามารถแนะนำอะไรได้ เพราะเป็นมือใหม่เหมือนกัน  และเท่าที่ทำๆ มาเนี่ย ก็ยังไม่ได้ตังค์เลย ตอนนี้มีแต่ตัวเลขที่ว่าจะได้เท่านั้นแหละ เหอๆ
ที่หายไปก็มีไปทำเว็บจองโรงแรม โดยสมัครเป็น partner กับเว็บที่เป็นพวก Hotel Affilate Program ระบบจองโรงแรม  สมัครไป 2 ที่ คือ ido24.org กับ r24.org 
สมัคร thaifly.com ด้วย ตั้ง 2 รอบ แต่ท่านก็ไม่ยอมให้ผ่าน (เสียใจนะเนี่ย เว็บเราก็ออกจะดี  )
เมื่อสมัครแล้ว หน้าที่ของเราก็คือ นำข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมที่เว็บ Aff เตรียมไว้ให้มาใส่เว็บ และเมื่อมีลูกค้าจองโรงแรมผ่านเว็บ เราก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นค่ะ
เว็บจองโรงแรมกับ ido24
อันนี้ใช้ wordpress ทำค่ะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ผู้เขียนหายหน้าหายตาไปนาน ต้องขออภัยมิตรรักแฟนบล็อกด้วย (ถ้าหากว่ามีอยู่ 55+)<br />
เนื่องจากเห็นว่า enjoyday เป็นบล็อกที่อยู่ตัวแล้ว มีคนเข้าสม่ำเสมอ ยิ่งช่วงนี้สถิติคนเข้าบางวันขึ้นไปเฉียดพันคนต่อวันทีเดียว</p>
<p>ก็เลยถือโอกาสแวบไปทำเว็บอื่นๆ เพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์ต่างๆ ให้ตัวเอง<br />
ซึ่งก็คงเหมือนกับ blogger อีกหลายท่าน  ที่หนีไม่พ้นเรื่องราวของการทำเว็บหาเงินในโลกออนไลน์</p>
<p>เล่าให้ฟังคร่าวๆ แล้วกันนะคะ ว่าหายไปทำไรมาบ้าง แต่คงไม่สามารถแนะนำอะไรได้ เพราะเป็นมือใหม่เหมือนกัน  และเท่าที่ทำๆ มาเนี่ย ก็ยังไม่ได้ตังค์เลย ตอนนี้มีแต่ตัวเลขที่ว่าจะได้เท่านั้นแหละ เหอๆ</p>
<p>ที่หายไปก็มีไปทำเว็บจองโรงแรม โดยสมัครเป็น partner กับเว็บที่เป็นพวก Hotel Affilate Program ระบบจองโรงแรม  สมัครไป 2 ที่ คือ ido24.org กับ r24.org <br />
สมัคร thaifly.com ด้วย ตั้ง 2 รอบ แต่ท่านก็ไม่ยอมให้ผ่าน (เสียใจนะเนี่ย เว็บเราก็ออกจะดี <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/36.gif' alt=':เศร้าจาย:' class='wp-smiley' /> )</p>
<p>เมื่อสมัครแล้ว หน้าที่ของเราก็คือ นำข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมที่เว็บ Aff เตรียมไว้ให้มาใส่เว็บ และเมื่อมีลูกค้าจองโรงแรมผ่านเว็บ เราก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นค่ะ</p>
<p><strong>เว็บจองโรงแรมกับ ido24<br />
</strong>อันนี้ใช้ wordpress ทำค่ะ ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ในการทำเว็บและใส่ข้อมูล โปรโมทตอนต้น แล้วก็ทิ้งเว็บร้างไป ตอนนี้ไม่ index และไม่มีคนเข้าค่ะ &gt;&lt;&#8221;  ไว้ว่างๆ ค่อยหยิบมาปัดฝุ่นใหม่<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/hotelido24.jpg" alt="" /><br />
 </p>
<p><strong>เว็บจองโรงแรมกับ  r24<br />
</strong>ขณะที่กำลังทำเว็บข้างบนอยู่ ก็มีคนมาประกาศขายสคริปต์เว็บจองโรงแรม (เว็บสำเร็จรูป) ใน thaiseoboard.com เห็นว่าระบบดีมาก ก็ order ไปค่ะ <br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/hotelr24.jpg" alt="" /></p>
<p>ได้เว็บออกมาอย่างมือโปรทำ ในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ต้องทำเอง <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/44.gif' alt=':เยี่ยม:' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ระบบดีมาก, หน้าตาสวยงาม, SEO ฉลุย, เพิ่ม content ได้, มีระบบ google map, เว็บ index ใน google ง่าย, คนขาย support ดีมากค่ะ, คนเขียนโปรแกรมก็เก่งมากๆ (และหน้าตาดี เจ้าตัวฝากบอกมา เหอๆ)</p>
<p>ข้อเสียของสคริปต์ตัวนี้ คือ จนถึงวันนี้คนใช้สคริปต์ตัวนี้เยอะมาก มีเกินร้อยเว็บไซต์แน่นอน แต่ถ้าคิดว่านำมาแก้ไขให้มีความแตกต่าง และโปรโมทเก่งๆ ได้ ก็ไม่ต้องกลัวค่ะ</p>
<p>สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี่ <a href="http://support.thaihotelbooking.in.th/index.php?topic=55.0" target="_blank">http://support.thaihotelbooking.in.th/index.php?topic=55.0</a></p>
<p>ตัวอย่างเว็บไซต์ <a title="Thailand hotels &amp; resorts reservations" href="http://www.hotelresortclub.com" target="_blank">hotelresortclub.com</a></p>
<p>สำหรับเว็บจองโรงแรม (r24) ทำไปได้ 3 เดือน 2 เว็บ ได้มา 10 order ค่าคอมประมาณสามพันกว่าบาทแล้วค่ะ</p>
<p><img src="http://www.enjoyday.net/images/r24-commission-1.jpg" alt="" /><br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/r24-commission-2.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>นอกจากทำเว็บจองโรงแรมแล้ว ก็แวบไปทำเว็บขายสินค้าของอเมซอนมาด้วยค่ะ พี่งจะขายได้เดือนนี้เอง netbook 1 เครื่อง กับ Ram 2 อัน ได้มา 18$ โย่ ^^</p>
<p>ก็มาอัพเดทเล่าให้ฟังกันว่าไม่ได้หายไปไหน ใครมา comment ถามอะไร ก็ยังวนๆ เวียนๆ มาตอบเรื่อยๆ<br />
วันนี้มาอัพเดทบล็อกสักหน่อย เดี๋ยวพี่กูเกิ้ลไม่รักค่ะ <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/51.gif' alt=':รักนะ:' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/11/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Wordpress กับการเลือก Stick บทความเองในหน้าแรก</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/08/wordpress-stick-article-frontpage/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/08/wordpress-stick-article-frontpage/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 15:08:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสร้าง Blog ด้วย Wordpress]]></category>
		<category><![CDATA[wordpress]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2739</guid>
		<description><![CDATA[บางทีในหน้าแรกของ Blog  เราก็อยากจะทำข้อความต้อนรับ หรือ Stick บทความที่สำคัญ หรือเป็นไฮไลต์เอาไว้ ไม่ให้เปลี่ยนเป็นบทความล่าสุดไปซะทุกครั้ง  สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ 
เมื่อเราเขียนข้อความต้อนรับ หรือบทความที่เราอยากจะให้ Stick ไว้ที่หน้าแรก เสร็จแล้ว ทางด้านขวามือของ Text Editor จะมี  Publish box  ตรงส่วนของ Visibility ให้เราคลิกที่ Edit

ส่วนของ Visibiliy จะขยาย option ให้เราเลือกเพิ่มเติมได้
ให้ tick /ใน check box &#8220;Stick this post to the front page&#8221;  แล้วกดปุ่มบันทึกข้อมูลไปตามปกติค่ะ

ทีนี้ในหน้าแรก บทความที่เราเลือกเป็น Stick ก็จะแสดงอยู่ด้านบนแล้วล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีการเขียนบทความใหม่ๆ เพิ่มในภายหลังก็ตาม
และในหน้า Edit Post จะมีข้อความ Sitcky ต่อจากชื่อบทความ ทำให้เราทราบว่า บทความไหนบ้างที่เรากำหนดให้ Stick เอาไว้ในหน้าแรกด้วยค่ะ

 
สมมติเรา New Post  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บางทีในหน้าแรกของ Blog  เราก็อยากจะทำข้อความต้อนรับ หรือ Stick บทความที่สำคัญ หรือเป็นไฮไลต์เอาไว้ ไม่ให้เปลี่ยนเป็นบทความล่าสุดไปซะทุกครั้ง  สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ </p>
<p>เมื่อเราเขียนข้อความต้อนรับ หรือบทความที่เราอยากจะให้ Stick ไว้ที่หน้าแรก เสร็จแล้ว ทางด้านขวามือของ Text Editor จะมี  Publish box  ตรงส่วนของ Visibility ให้เราคลิกที่ Edit</p>
<p><img class="alignnone" src="http://www.enjoyday.net/images/sticky1.jpg" alt="" width="289" height="217" /></p>
<p>ส่วนของ Visibiliy จะขยาย option ให้เราเลือกเพิ่มเติมได้<br />
ให้ tick /ใน check box &#8220;Stick this post to the front page&#8221;  แล้วกดปุ่มบันทึกข้อมูลไปตามปกติค่ะ</p>
<p><img class="alignnone" src="http://www.enjoyday.net/images/sticky2.jpg" alt="" /></p>
<p>ทีนี้ในหน้าแรก บทความที่เราเลือกเป็น Stick ก็จะแสดงอยู่ด้านบนแล้วล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีการเขียนบทความใหม่ๆ เพิ่มในภายหลังก็ตาม</p>
<p>และในหน้า Edit Post จะมีข้อความ Sitcky ต่อจากชื่อบทความ ทำให้เราทราบว่า บทความไหนบ้างที่เรากำหนดให้ Stick เอาไว้ในหน้าแรกด้วยค่ะ<br />
<img class="alignnone" src="http://www.enjoyday.net/images/sticky4.jpg" alt="" /></p>
<p> </p>
<p>สมมติเรา New Post  ขึ้นมาเขียนข้อความ About us เอาไว้ แล้วกำหนดเป็นแบบ Stick<br />
ผลที่ได้ก็จะเป็นดังรูปตัวอย่างด้านล่างค่ะ</p>
<p><img class="alignnone" src="http://www.enjoyday.net/images/sticky3.jpg" alt="" /></p>
<p>สำหรับข้อความทักทายในหน้าแรกของ Enjoyday นี่ ไม่ได้ใช้วิธีนี้นะคะ  ใช้วิธีแก้ไข Theme เขียนข้อความฝังลงไปในไฟล์ Theme หน้า index.php เลย  ก็เลยดูเนียน แต่ก็จะไม่ยืดหยุ่น เท่าวิธีนี้ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/08/wordpress-stick-article-frontpage/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Wordpress กับการตัดข้อความบางส่วนแล้วแสดงเป็นลิงค์ Read more</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/08/wordpress-read-more/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/08/wordpress-read-more/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 14:35:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสร้าง Blog ด้วย Wordpress]]></category>
		<category><![CDATA[wordpress]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2732</guid>
		<description><![CDATA[วิธีการกำหนดค่าให้ Wordpress แสดงข้อความแค่บางส่วนตอนต้น เพื่อให้แสดงบทความแบบย่อๆ ได้หลายๆ บทความในหน้าแรก แบบไม่เยิ่นเย้อ  ทำได้ง่ายมากสำหรับ Wordpress version ใหม่ๆ ค่ะ  ไม่ทราบเหมือนกันว่าเริ่มตั้งแต่ Wordpress version ไหน   เอาเป็นว่าถ้ามีปุ่มฟังก์ชั่น &#8220;Insert More tag&#8221; แบบในรูปก็ใช้ได้เลยค่ะ

โดยหลังจากที่เราเขียนบทความเสร็จแล้ว และต้องการให้แสดงข้อความบางส่วน ให้เราคลิกที่จุดที่ต้องการละข้อความ (ตัดข้อความทิ้งไม่ให้แสดงในหน้าแรก)  จากนั้นกดปุ่ม  &#8220;Insert More tag&#8221;  เราก็จะเห็นเส้นขีดแบ่งดังรูป
 
ข้อความที่ให้แสดง &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.

ข้อความที่ให้ละไม่แสดง &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;
 
จากนั้นกดปุ่มบันทึกบทความไปตามปกติ แล้วเรียกดู Blog ของเราในหน้าแรก
ตัวอย่าง บทความที่ใช้ฟังก์ชั่น &#8220;Insert More tag&#8221; 

ก็จะเห็นว่าข้อความในบทความนั้นถูกแสดงแค่ส่วนต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ง่ายๆ แค่นี้ล่ะค่ะ   
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิธีการกำหนดค่าให้ Wordpress แสดงข้อความแค่บางส่วนตอนต้น เพื่อให้แสดงบทความแบบย่อๆ ได้หลายๆ บทความในหน้าแรก แบบไม่เยิ่นเย้อ  ทำได้ง่ายมากสำหรับ Wordpress version ใหม่ๆ ค่ะ  ไม่ทราบเหมือนกันว่าเริ่มตั้งแต่ Wordpress version ไหน   เอาเป็นว่าถ้ามีปุ่มฟังก์ชั่น &#8220;Insert More tag&#8221; แบบในรูปก็ใช้ได้เลยค่ะ<span id="more-2732"></span></p>
<p><img src="http://www.enjoyday.net/images/readmore.jpg" alt="" width="508" height="34" /></p>
<p>โดยหลังจากที่เราเขียนบทความเสร็จแล้ว และต้องการให้แสดงข้อความบางส่วน ให้เราคลิกที่จุดที่ต้องการละข้อความ (ตัดข้อความทิ้งไม่ให้แสดงในหน้าแรก)  จากนั้นกดปุ่ม  &#8220;Insert More tag&#8221;  เราก็จะเห็นเส้นขีดแบ่งดังรูป</p>
<p> </p>
<p>ข้อความที่ให้แสดง &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p><img src="http://www.enjoyday.net/images/readmore_line.jpg" alt="" /></p>
<p>ข้อความที่ให้ละไม่แสดง &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p> </p>
<p>จากนั้นกดปุ่มบันทึกบทความไปตามปกติ แล้วเรียกดู Blog ของเราในหน้าแรก</p>
<p>ตัวอย่าง บทความที่ใช้ฟังก์ชั่น &#8220;Insert More tag&#8221; <br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/readmore_ex.jpg" alt="" /></p>
<p>ก็จะเห็นว่าข้อความในบทความนั้นถูกแสดงแค่ส่วนต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ง่ายๆ แค่นี้ล่ะค่ะ  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/50.gif' alt=':OK:' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/08/wordpress-read-more/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้จักกับ DMOZ : Open Directory Project ที่ใหญ่ที่สุดในโลก</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/08/dmoz-open-directory-project/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/08/dmoz-open-directory-project/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Aug 2009 14:24:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[DMOZ]]></category>
		<category><![CDATA[ODP]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2714</guid>
		<description><![CDATA[enjoyday พึ่งจะติด DOMZ วันนี้ก็เลยอยากจะมาแนะนำให้ได้รู้จักกันค่ะ ^^
ODP (Open Directory Project) เป็น Web Directory มาตรฐานสูง ที่รวบรวมเว็บไซต์ต่างๆ จัดไว้เป็นหมวดหมู่ มากกว่า 4 ล้านเว็บไซต์  โดยอาศัยอาสาสมัคร (Editor) หลายหมื่นคนจากทั่วโลกมาช่วยดูแลคัดกรองเว็บไซต์ต่างๆ ที่ส่งรายชื่อเข้ามา
ODP ดำเนินการมาตั้งแต่ 1998 โดย Netscape Communications Corporation
ข้อมูล ณ วันที่ 12 ส.ค. 2009  จำนวนเว็บไซต์ในฐานข้อมูลของ ODP มีจำนวน 4,596,136 เว็บ ใน 590,000 กว่าหมวดหมู่  และมีบรรณาธิการอาสาสมัคร 83,828 คน
.
ชื่อ ODP หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยนัก น่าจะรู้จักกันในชื่อ DMOZ มากกว่า (เว็บไซต์ของ DMOZ www.dmoz.org )
.
ว่ากันว่าเว็บไหนที่ติด DMOZ ได้ ถือว่าเป็นเว็บไซต์คุณภาพ เพราะได้ผ่านการคัดกรองจาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>enjoyday พึ่งจะติด DOMZ วันนี้ก็เลยอยากจะมาแนะนำให้ได้รู้จักกันค่ะ ^^</p>
<p><strong><span style="color: #333399;"><img class="alignleft" title="DMOZ" src="http://www.enjoyday.net/images/odp_dmoz_open_directory.jpg" alt="" width="200" height="267" />ODP (Open Directory Project)</span></strong> เป็น Web Directory มาตรฐานสูง ที่รวบรวมเว็บไซต์ต่างๆ จัดไว้เป็นหมวดหมู่ มากกว่า 4 ล้านเว็บไซต์  โดยอาศัยอาสาสมัคร (Editor) หลายหมื่นคนจากทั่วโลกมาช่วยดูแลคัดกรองเว็บไซต์ต่างๆ ที่ส่งรายชื่อเข้ามา</p>
<p>ODP ดำเนินการมาตั้งแต่ 1998 โดย Netscape Communications Corporation</p>
<p>ข้อมูล ณ วันที่ 12 ส.ค. 2009  จำนวนเว็บไซต์ในฐานข้อมูลของ ODP มีจำนวน 4,596,136 เว็บ ใน 590,000 กว่าหมวดหมู่  และมีบรรณาธิการอาสาสมัคร 83,828 คน<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><span style="color: #ffffff;"><br />
</span>ชื่อ ODP หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยนัก น่าจะรู้จักกันในชื่อ DMOZ มากกว่า (เว็บไซต์ของ DMOZ <a title="Open Project Directory" href="http://www.dmoz.org" target="_blank">www.dmoz.org</a> )</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>ว่ากันว่าเว็บไหนที่ติด DMOZ ได้ ถือว่าเป็นเว็บไซต์คุณภาพ เพราะได้ผ่านการคัดกรองจาก Editor ที่ใช้คนเข้ามาตรวจสอบแล้ว   และเว็บที่สามารถติด DMOZ จะได้ประโยชน์หลายๆ อย่างตามมา ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ อยากจะให้เว็บตัวเองเข้าไปอยู่ใน dmoz ค่ะ <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/19.gif' alt=':เป้าหมาย:' class='wp-smiley' /> </p>
<p>enjoyday ก็เช่นกัน ตั้งแต่ทำเว็บนี้มา ก็นำไป submit รวมทั้งหมด 3 ครั้ง ในที่สุดความฝันก็เป็นจริง ออกแนวเวอร์ เล็กน้อย อิอิ   <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/34.gif' alt=':ระรื่น:' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span style="color: #333399;"><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>ข้อดีที่เค้าว่ากัน มีอะไรบ้าง &#8230;</span></p>
<p>1. ได้ลิงค์กลับมายังเว็บไซต์จำนวนมาก เพราะฐานข้อมูลเว็บไซต์ของ DMOZ เป็นแบบเปิด อนุญาตให้เว็บไซต์ต่างๆ นำข้อมูลรายชื่อเว็บไซต์ดังกล่าวไปใช้งานได้   โดยผู้ที่นำไปใช้ ได้แก่ Search Engine อย่าง Google, Netscape, Lycos และผู้ใช้รายย่อยอื่นๆ รวมกันมากกว่า 1 แสน เว็บไซต์</p>
<p>2. มีผลต่อการจัดอันดับผลการค้นหาใน Google  อันดับจะดีขึ้นทันตาเห็นเพราะได้ Trust Rank จาก DMOZ</p>
<p>อย่าง enjoyday  เมื่อก่อน คีย์เวิร์ด &#8220;สอนทำเว็บ&#8221; จะอยู่ที่ 4-5 นี่ขึ้นมาอันดับ 2 ได้แล้ว  และคีย์เวิร์ด &#8220;การสร้างเว็บไซต์&#8221; ,&#8221;สร้างเว็บไซต์&#8221; ก็ยึดอันดับ 1 มาได้ ไม่แกว่งเหมือนเมื่อก่อน   ส่วนจำนวนคนเข้าเว็บยังประมาณเดิมอยู่ค่ะ</p>
<p>3. โก้ เอาไว้อวดชาวบ้านให้อิจฉาได้ค่ะ อิอิ</p>
<p>นับข้อดีได้ 3 ข้อแล้ว ก็เอาเว็บไป submit ที่ DMOZ กันดีกว่า</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span><span style="color: #ffffff;">.</span><br />
<span style="color: #333399;">วิธีการเพิ่มเว็บไซต์ของเราเข้าไปใน DMOZ</span></p>
<ol>
<li>สำหรับเว็บไซต์ภาษาไทยให้เข้าไปที่ <a href="http://www.dmoz.org/World/Thai/" target="_blank">http://www.dmoz.org/World/Thai/</a></li>
<li>คลิกเลือกหมวดหมู่ต่างๆ เช่น enjoyday เป็นเว็บเกี่ยวกับสอนทำเว็บ จะเลือกหมวดหมู่เป็น <span style="color: #993300;">คอมพิวเตอร์: อินเทอร์เน็ต: ออกแบบเว็บและการพัฒนา: คำถามพบบ่อย, การช่วยเหลือ, และสอนทำเว็บ </span></li>
<li>ที่ด้านบนจะมีเมนูลิงค์ เกี่ยวกับ <span style="color: #993300;">dmoz | dmoz blog | แนะนำ URL | อัพเดต URL | ร่วมเป็นบรรณาธิการ | รายงาน abuse/spam | ช่วยเหลือ </span>ให้คลิกที่ <span style="color: #993300;">แนะนำ URL</span></li>
<li>จะเข้ามาหน้าแบบฟอร์ม ให้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ของเราให้ครบถ้วน อย่างกระชับ แล้วกดปุ่ม ส่ง ที่ด้านล่าง<span style="color: #ffffff;">.</span></li>
</ol>
<div><span style="color: #ffffff;"><span style="color: #333399;"><img class="alignnone" title="DMOZ" src="http://www.enjoyday.net/images/dmoz_web.jpg" alt="" width="550" height="419" /></span></span></div>
<p><span style="color: #333399;">ทำยังไงให้เว็บติด DMOZ ได้ง่ายๆ<br />
</span>อ้างอิงจาก  <a href="http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,71636.0.html" target="_blank">http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,71636.0.html</a><br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><br />
Editor (คนไทย) ของ DMOZ ได้แนะนำไว้ดังนี้ค่ะ</p>
<ol>
<li>เว็บเรามีเนื้อหาสาระ</li>
<li>submit ให้ถูกหมวด อ่านคำอธิบายหมวดหมู่ให้ดี</li>
<li>เขียนคำอธิบายชัดเจน</li>
<li>อย่าใส่ keyword เข้าไปในหน้าเยอะๆ เค้าจะเรียกว่า spam</li>
<li>ถ้าเว็บไหนออกแนวคล้ายๆกัน เหมือนไปก๊อปเว็บคนอื่น (ไม่ original) เพื่ออัพ ranking ของเว็บตัวเองก็โดนเช่นกัน</li>
<li>Editor คนๆ หนึ่งต้องมานั่งเช็คเว็บที่ส่งมาเป็น ร้อยๆ ต่อเดือนนี่ซิ เพราะฉะนั้นเพื่อให้พวกพี่ๆ เค้าทำงานกันง่ายขึ้น ก็เขียนคำอธิบายให้กระชับ แล้วก็ทำตามข้อ 1-5</li>
</ol>
<p>แนะนำตามประสบการณ์ของ enjoyday</p>
<ol>
<li>submit ให้ถูกหมวด โดยอาจดูว่าเว็บไซต์คู่แข่งเราที่ติด DMOZ ก่อนแล้ว เค้าอยู่หมวดไหน ก็เลือกหมวดนั้นเลย อิอิ</li>
<li>แปลกใจนิดหน่อยที่ชื่อเว็บส่วนใหญ่ที่ใช้กันเป็นภาษาไทย ตอน submit ครั้งที่ 3 เลย กรอกเป็นชื่อภาษาไทยดู &#8220;เอ็นจอยเดย์&#8221;</li>
<li>ดูลักษณะข้อความที่ใช้บรรยายเกี่ยวเว็บของเว็บที่ติดใน DMOZ ว่าเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่ก็จะสั้นกระชับสุดๆ  ก็ตามนั้นเลยค่ะ</li>
<li>พิสูจน์แล้วว่า เว็บที่ติด Adsense และโฆษณาอื่นๆ ถ้ามีเนื้อหาที่ดี สามารถติด DMOZ ได้ ^^</li>
</ol>
<p><span style="color: #333399;"><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>ปัจจัยที่มีผลที่ทำให้เว็บจะติด DMOZ ได้</span></p>
<ol>
<li>เว็บมีเนื้อหาที่ดี</li>
<li>submit ให้ถูกหมวดหมู่ และคำอธิบาย กระชับ ชัดเจน</li>
<li>มี Editor อยู่ในเนื้อหาหมวดหมู่ที่เรา submit</li>
<li>มีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็น Editor</li>
<li>แล้วแต่อารมณ์ Editor    ข้อนี้น่าจะสำคัญมากอยู่ เหอๆ</li>
</ol>
<p>เอาล่ะค่ะ ขอให้ทุกคนโชคดี <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/21.gif' alt=':บ๊ายบาย:' class='wp-smiley' /> </p>
<p>อ้อ.. สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นอาสาสมัครช่วยงาน DMOZ  ให้เลือกหมวดหมู่ที่เราสนใจ แล้วคลิกที่ลิงค์ อาสาสมัครเป็นบรรณาธิการในหมวดหมู่นี้  ที่เป็นลิงค์อยู่ด้านล่าง (ตามรูปภาพ)  ซึ่งทาง DMOZ จะมีวิธีการประเมินคุณสมบัติของเราว่าผ่านหรือไม่  ในการส่งใบสมัครเรายังต้องแนะนำเว็บไซต์ในหมวดหมู่นั้น 3 เว็บ เพื่อแสดงความเข้าใจของเราในการจัดเว็บเข้าไปในรายการของหมวดหมู่  การคัดสรรเว็บที่มีคุณภาพ และความสามารถในการเขียนคำอธิบายที่ดีและมีประโยชน์ค่ะ ^^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/08/dmoz-open-directory-project/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีแก้ไขเวลาที่แสดงผิดเพี้ยนใน Jcomment ของ Joomla!</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/jcomment-wrong-time-zone/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/jcomment-wrong-time-zone/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2009 09:46:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสร้างเว็บไซต์ ด้วย Joomla]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2704</guid>
		<description><![CDATA[ไม่แน่ใจว่าคนที่ใช้ตัว Comment ของ &#8220;JComment&#8221; จะเจอปัญหาเดียวกันหรือเปล่านะคะ เรื่อง &#8220;เวลาที่แสดงของ comment ไม่ถูกต้อง&#8221;  ทีแรกใช้ๆ ไปก็ไม่ได้สังเกตเรื่องเวลา เพราะเราไม่ได้เป็นคน comment แต่พอไปตอบ comment ก็เอ๊ะเวลามันแปลกๆ 
ถ้าเจอปัญหาเดียวกัน ก็แก้ตามวิธีการด้านล่างเลยค่ะ
ตอนที่เรากำหนดค่าเวลาใน Global Configuration ของ Joomla! ให้เป็นเวลาของประเทศไทย  ตรงแท็บ Server ส่วนของ Local Settings (Time Zone) ได้เลือกเป็น UTC+7 Bangkok เอาไว้
แต่เวลาคนมาเขียน comment มันเก็บค่าเป็น เวลาตอนนั้น + 7  ทำให้ได้ค่าเวลามากเกินไป
.
วิธีแก้ไขเวลาที่ผิดเพี้ยน ให้แก้ไข code ใน 2 ไฟล์ มี 2 วิธี ดังนี้ค่ะ
วิธีที่ 1  based on server/hosting timezone
1. ไฟล์ components\com_jcomments\jcomments.class.php
ค้นหาบรรทัด
$comment_date = [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่แน่ใจว่าคนที่ใช้ตัว Comment ของ &#8220;JComment&#8221; จะเจอปัญหาเดียวกันหรือเปล่านะคะ เรื่อง &#8220;เวลาที่แสดงของ comment ไม่ถูกต้อง&#8221;  ทีแรกใช้ๆ ไปก็ไม่ได้สังเกตเรื่องเวลา เพราะเราไม่ได้เป็นคน comment แต่พอไปตอบ comment ก็เอ๊ะเวลามันแปลกๆ </p>
<p>ถ้าเจอปัญหาเดียวกัน ก็แก้ตามวิธีการด้านล่างเลยค่ะ</p>
<p>ตอนที่เรากำหนดค่าเวลาใน Global Configuration ของ Joomla! ให้เป็นเวลาของประเทศไทย  ตรงแท็บ Server ส่วนของ Local Settings (Time Zone) ได้เลือกเป็น UTC+7 Bangkok เอาไว้</p>
<p>แต่เวลาคนมาเขียน comment มันเก็บค่าเป็น เวลาตอนนั้น + 7  ทำให้ได้ค่าเวลามากเกินไป</p>
<p><strong><span style="color: #ffffff;">.</span></strong></p>
<p><strong>วิธีแก้ไขเวลาที่ผิดเพี้ยน</strong> ให้แก้ไข code ใน 2 ไฟล์ มี 2 วิธี ดังนี้ค่ะ</p>
<p><strong>วิธีที่ 1  based on server/hosting timezone</strong></p>
<p><span style="color: #333399;">1. ไฟล์ components\com_jcomments\jcomments.class.php</span></p>
<p>ค้นหาบรรทัด<br />
$comment_date = date(&#8217;Y-m-d H:i:s&#8217;, time() + $mainframe-&gt;getCfg(&#8217;offset&#8217;) * 60 * 60);</p>
<p>แก้ไขเป็น<br />
$comment-&gt;date = date(&#8217;Y-m-d H:i:s&#8217;, time());</p>
<p><span style="color: #333399;">2. ไฟล์ components\com_jcomments\jcomments.ajax.php</span></p>
<p>ค้นหาบรรทัด<br />
$comment-&gt;date = date(&#8217;Y-m-d H:i:s&#8217;, time() + $mainframe-&gt;getCfg(&#8217;offset&#8217;) * 60 * 60);</p>
<p>แก้ไขเป็น<br />
$comment_date = date( &#8216;Y-m-d H:i:s&#8217;, time());</p>
<p>บันทึกค่าแล้ว upload ขึ้นไปทับไฟล์เดิม ทีนี้พอมี comment ใหม่ๆ เวลาก็จะบันทึตามเวลาของเครื่อง Server    ส่วนเวลาที่ผิดไปแล้ว ถ้าอยากแก้ไขให้ใช้ phpMyAdmin เข้าไปแก้แต่ละ record โดยตรงค่ะ</p>
<p> </p>
<p><strong>วิธีที่ 2 base on Joomla date time</strong></p>
<p><span style="color: #333399;">1. ไฟล์ components\com_jcomments\jcomments.class.php</span></p>
<p>ค้นหาบรรทัด<br />
$comment_date = date(&#8217;Y-m-d H:i:s&#8217;, time() + $mainframe-&gt;getCfg(&#8217;offset&#8217;) * 60 * 60);</p>
<p>แก้ไขเป็น<br />
$createdate = JFactory::getDate();<br />
$createdate = $createdate-&gt;toMySQL();</p>
<p>$jdate = new JDate($createdate);<br />
$jdate-&gt;setOffset($mainframe-&gt;getCfg(&#8217;offset&#8217;));<br />
$formatDate = $jdate-&gt;toFormat(&#8221;%Y-%m-%d %H:%M:%S&#8221;);</p>
<p>$comment-&gt;date = $formatDate;</p>
<p><span style="color: #333399;">2. ไฟล์ components\com_jcomments\jcomments.ajax.php</span></p>
<p>ค้นหาบรรทัด<br />
$comment-&gt;date = date(&#8217;Y-m-d H:i:s&#8217;, time() + $mainframe-&gt;getCfg(&#8217;offset&#8217;) * 60 * 60);</p>
<p>แก้ไขเป็น<br />
$createdate = JFactory::getDate();<br />
$createdate = $createdate-&gt;toMySQL();</p>
<p>$jdate = new JDate($createdate);<br />
$jdate-&gt;setOffset($mainframe-&gt;getCfg(&#8217;offset&#8217;));<br />
$formatDate = $jdate-&gt;toFormat(&#8221;%Y-%m-%d %H:%M:%S&#8221;);</p>
<p>$comment_date = $formatDate;</p>
<p>ref : <a href="http://www.joomlatune.com/forum/index.php?topic=271.0" target="_blank">http://www.joomlatune.com/forum/index.php?topic=271.0</a></p>
<p><a href="http://www.joomlatune.com/forum/index.php?topic=271.0"></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/jcomment-wrong-time-zone/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรณีที่เว็บไซต์ที่ใช้ Joomla! มีการเปิดให้สมาชิกเขียนบทความได้</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/joomla-user-manual/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/joomla-user-manual/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2009 14:46:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสร้างเว็บไซต์ ด้วย Joomla]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2690</guid>
		<description><![CDATA[บทความพิเศษ เขียนให้เพื่อนๆ ที่จะมาช่วยงาน Enjoychinese.net ค่ะ
กรณีที่เว็บไซต์ที่ใช้ Joomla! มีการเปิดให้สมาชิกเขียนบทความได้  เราจะแนะนำให้สมาชิกใช้งานได้อย่างไรมาดูกันค่ะ
ตัวอย่างการใช้งานของสมาชิก ระดับ Publisher (อ่านทวนเรื่องการจัดการสมาชิกในบทความก่อนนะคะ)
1. เข้ามาหน้าเว็บไซต์ มองหาส่วน Login Form  จากนั้นใส่ user และ password แล้วกดปุ่ม Login


.
2. เมื่อ Login แล้ว สมาชิกจะเห็นเมนูจัดการของสมาชิก ซึ่งสมาชิกสามารถเขียนเรื่องได้ และเพิ่มลิงค์รายการได้ (เรื่องลิงค์รายการจะพูดถึงอีกที)

.

3. เมื่อต้องการเขียนเรื่องใหม่ ให้คลิกที่ Submit an Article เพื่อเข้าไปหน้าเขียนบทความ การใช้งานก็คล้ายกับการพิมพ์งานในโปรแกรม Word หรือการเขียน e-mail

.
4. เมื่อเขียนเรื่องเสร็จแล้ว ให้เราใส่เส้น Read more สำหรับให้แสดงเนื้อหาเฉพาะส่วนต้นบางส่วน แล้วที่เหลือแสดงเป็นลิงค์ &#8220;read more&#8221; แทน ทำได้โดยคลิกที่บรรทัดที่จะเริ่มไม่แสดงข้อความ แล้วกดปุ่ม &#8220;More&#8230;&#8221; ก็จะเกิดเส้นสีแดงดังรูป

.
5. การใช้งานรูปภาพ สามารถใส่รูปภาพจากการคลิกรูปต้นไม้ ที่ Toolbar [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทความพิเศษ เขียนให้เพื่อนๆ ที่จะมาช่วยงาน Enjoychinese.net ค่ะ</p>
<p>กรณีที่เว็บไซต์ที่ใช้ Joomla! มีการเปิดให้สมาชิกเขียนบทความได้  เราจะแนะนำให้สมาชิกใช้งานได้อย่างไรมาดูกันค่ะ</p>
<p>ตัวอย่างการใช้งานของสมาชิก ระดับ Publisher (อ่านทวนเรื่องการจัดการสมาชิกในบทความก่อนนะคะ)</p>
<p>1. เข้ามาหน้าเว็บไซต์ มองหาส่วน Login Form  จากนั้นใส่ user และ password แล้วกดปุ่ม Login<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user01.jpg" alt="" /><br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user02.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>2. เมื่อ Login แล้ว สมาชิกจะเห็นเมนูจัดการของสมาชิก ซึ่งสมาชิกสามารถเขียนเรื่องได้ และเพิ่มลิงค์รายการได้ (เรื่องลิงค์รายการจะพูดถึงอีกที)<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user03.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span><br />
3. เมื่อต้องการเขียนเรื่องใหม่ ให้คลิกที่ Submit an Article เพื่อเข้าไปหน้าเขียนบทความ การใช้งานก็คล้ายกับการพิมพ์งานในโปรแกรม Word หรือการเขียน e-mail<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user04.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>4. เมื่อเขียนเรื่องเสร็จแล้ว ให้เราใส่เส้น Read more สำหรับให้แสดงเนื้อหาเฉพาะส่วนต้นบางส่วน แล้วที่เหลือแสดงเป็นลิงค์ &#8220;read more&#8221; แทน ทำได้โดยคลิกที่บรรทัดที่จะเริ่มไม่แสดงข้อความ แล้วกดปุ่ม &#8220;More&#8230;&#8221; ก็จะเกิดเส้นสีแดงดังรูป<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user05.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>5. การใช้งานรูปภาพ สามารถใส่รูปภาพจากการคลิกรูปต้นไม้ ที่ Toolbar ด้านบนโดยระบุเป็น URL หรือคลิกที่ปุ่ม &#8220;Image&#8221; ด้านล่างในกรณีที่ต้องการ Browse File จากเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเอง</p>
<p>เมื่อคลิกที่ปุ่ม &#8220;Image&#8221; จะมีหน้าต่างซ้อนขึ้นมา ให้เลือก Directory ที่เก็บไฟล์ (ในที่นี้แบ่ง folder ไว้แล้วตาม Category ของเนื้อหา) เช่นเลือก &#8220;chinainfo&#8221;<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user06.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>แล้ว Browse file รูปจากเครื่องคอมพิวเตอร์ (แนะนำให้ตกแต่ง และทำขนาดภาพมาให้เรียบร้อยก่อนแล้ว) จากนั้นกดปุ่ม &#8220;Start Upload&#8221;<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user07.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>จะมีข้อความแจ้งว่า Upload เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราสามารถนำรูปไปใช้ได้แล้ว<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user08.jpg" alt="" /></p>
<p>โดยคลิกที่รูป จะใส่คำบรรยายหรือไม่ก็ได้ แล้วกดปุ่ม &#8220;Insert&#8221;<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user09.jpg" alt="" /></p>
<p>รูปก็จะมาแสดงในเนื้อหาที่เราเขียนแล้วค่ะ<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user10.jpg" alt="" /></p>
<p>ถ้าตำแหน่งรูปไม่ถูกใจ แนะนำให้คลิกที่รูป กด Ctrl+X เพื่อ Cut รูป แล้วเลื่อนเมาส์ไปตำแหน่งที่ต้องการ คลิกที่ที่ต้องการวางรูป กด Ctrl+V เพื่อ Paste รูป ให้แสดง</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>6. เมื่อเขียนเนื้อหาเสร็จแล้วให้มากำหนดค่าการเผยแพร่ที่ด้านล่าง เสร็จแล้วจึงเลื่อนขึ้นไปกดปุ่ม &#8220;Save&#8221; ที่อยู่ด้านข้าง Title<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user11.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>7. ระบบจะบอกว่าบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user12.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>8. ลองเข้าไปดูเนื้อหาที่พึ่งจะเขียนไป โดยคลิกที่เมนูของเนื้อหาเรื่องที่เราใส่ประเภท Section และ Category ไว้<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/joomla/user13.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>9. การแก้ไขบทความทำได้โดยคลิกที่รูปดินสอ จะกลับไปหน้า Text Editor เมื่อแก้ไขเสร็จแล้วให้กดปุ่ม Save ตามเดิมค่ะ</p>
<p>แล้วอย่าลืม Logout ออกจากระบบ ด้วยนะ</p>
<p>ฝากด้วยนะคะ เพื่อนๆ น้องๆ ที่จะมาช่วยสร้างสรรค์งานดีๆ ใน Enjoychinese.net  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/50.gif' alt=':OK:' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/joomla-user-manual/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การทำ SEO &#8211; ตั้งชื่อให้เว็บเพจว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า โดยใช้ Title Tag</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-title-tag/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-title-tag/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2009 06:27:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2659</guid>
		<description><![CDATA[การทำ SEO แบบ On-page Optimization
การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ, การเขียนโค้ดในหน้าเว็บเพจ และการเขียนเนื้อหาให้เหมาะกับ Search Engine  รวมถึงการกระจายคีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ  
ผู้อ่านควรมีมีพื้นฐานในการเขียนเว็บเพจด้วย HTML มาบ้าง อย่างน้อยต้องรู้จักโครงสร้างเอกสาร HTML  สามารถศึกษาก่อนได้จาก บทเรียนออนไลน์สอน HTML  
&#60;html&#62;
   &#60;head&#62;
      &#60;title&#62;ชื่อของหน้าเว็บเพจ&#60;/title&#62;
      &#60;meta name=&#8221;keywords&#8221; content=&#8221;keyword1, keyword2&#8243; /&#62;
      &#60;meat name=&#8221;description&#8221; content=&#8221;ข้อความบรรยายเว็บไซต์ด้วยประโยคสรุป&#8221; /&#62;
   &#60;/head&#62;
   &#60;body&#62;
      &#60;h1&#62;หัวข้อเรื่องของเนื้อหา&#60;/h1&#62;
     &#60;p&#62;เนื้อหา &#60;strong&#62;คำสำคัญ&#60;/strong&#62; เนื้อหา&#60;/p&#62;
   &#60;body&#62;
&#60;/html&#62;
มาดูกันเลยค่ะว่าการทำ SEO แบบ On-page Optimization ทำได้อย่างไรบ้าง (ข้อมูลส่วนใหญ่อ้างตามคู่มือการทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้นฉบับภาษาไทยจาก Google)
1. ตั้งชื่อให้เว็บเพจว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า
ชื่อของเว็บเพจนั้นจะบ่งบอกให้ผู้ชมทราบว่าเนื้อหาในหน้าเว็บนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร ซึ่ง Search Engine ก็ใช้ในการคาดเดาเนื้อหาของเว็บเราเช่นกัน  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>การทำ SEO แบบ On-page Optimization</h2>
<p>การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ, การเขียนโค้ดในหน้าเว็บเพจ และการเขียนเนื้อหาให้เหมาะกับ Search Engine  รวมถึงการกระจายคีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ  </p>
<p>ผู้อ่านควรมีมีพื้นฐานในการเขียนเว็บเพจด้วย HTML มาบ้าง อย่างน้อยต้องรู้จักโครงสร้างเอกสาร HTML  สามารถศึกษาก่อนได้จาก <a href="http://www.enjoyday.net/webtutorial/html/index.html" target="_blank">บทเรียนออนไลน์สอน HTML</a> <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' /> </p>
<div class="code_box">&lt;html&gt;<br />
   &lt;head&gt;<br />
      &lt;title&gt;ชื่อของหน้าเว็บเพจ&lt;/title&gt;<br />
      &lt;meta name=&#8221;keywords&#8221; content=&#8221;keyword1, keyword2&#8243; /&gt;<br />
      &lt;meat name=&#8221;description&#8221; content=&#8221;ข้อความบรรยายเว็บไซต์ด้วยประโยคสรุป&#8221; /&gt;<br />
   &lt;/head&gt;<br />
   &lt;body&gt;<br />
      &lt;h1&gt;หัวข้อเรื่องของเนื้อหา&lt;/h1&gt;<br />
     &lt;p&gt;เนื้อหา &lt;strong&gt;คำสำคัญ&lt;/strong&gt; เนื้อหา&lt;/p&gt;<br />
   &lt;body&gt;<br />
&lt;/html&gt;</div>
<p>มาดูกันเลยค่ะว่าการทำ SEO แบบ On-page Optimization ทำได้อย่างไรบ้าง (ข้อมูลส่วนใหญ่อ้างตามคู่มือการทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้นฉบับภาษาไทยจาก Google)</p>
<h3>1. ตั้งชื่อให้เว็บเพจว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า</h3>
<p>ชื่อของเว็บเพจนั้นจะบ่งบอกให้ผู้ชมทราบว่าเนื้อหาในหน้าเว็บนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร ซึ่ง Search Engine ก็ใช้ในการคาดเดาเนื้อหาของเว็บเราเช่นกัน  การตั้งชื่อให้หน้าเว็บเพจนั้นทำโดยการใส่ข้อความในแท็ก &lt;title&gt; ที่อยู่ในแท็ก &lt;head&gt;  </p>
<p>ตัวอย่าง</p>
<div class="code_box">   &lt;head&gt;<br />
<span style="color: #993300;">     &lt;title&gt;แนะนำการสร้างเว็บไซต์ สอนทำเว็บไซต์ตั้งแต่พื้นฐาน บทเรียนออนไลน์สอน HTML, CSS, XHTML, Joomla!&lt;/title&gt;</span><br />
      &lt;meta name=&#8221;description&#8221; content=&#8221;enjoyday.net แนะนำการสร้างเว็บไซต์ บทเรียนออนไลน์สอนเขียนเว็บเพจด้วย HTML, CSS, XHTML, JavaScript  และข้อมูลข่าวสารในแวดวงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตต่างๆ ที่น่าสนใจ&#8221; /&gt;<br />
      &lt;meta name=&#8221;keywords&#8221; content=&#8221;การสร้างเว็บไซต์, สอนทำเว็บไซต์, สอนสร้างเว็บไซต์, สอน HTML, สอน CSS, สอน XHTML, สอนทำ Blog, สอน Joomla&#8221; /&gt;<br />
   &lt;/head&gt;</div>
<p>ชื่อของเว็บเพจที่เราตั้ง หรือ ข้อความใน Title Tag จะถูกแสดงอยู่บน Title bar ของเว็บเบราเซอร์<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/seo_01.jpg" alt="การทำ SEO ใส่ข้อความที่ Title Tag" /></p>
<p>และ Google ก็จะนำข้อความใน Title Tag ที่เราระบุไว้ มาแสดงในผลการค้นหาด้วย  (คำที่เราใช้เป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาจะแสดงเป็นตัวอักษรสีแดง)</p>
<p><img src="http://www.enjoyday.net/images/seo_02.jpg" alt="การทำ SEO ใส่ข้อความที่ Title Tag" /></p>
<p>จากรูปสังเกตได้ว่าเว็บที่ติดอันดับผลการค้นหา ข้อความใน Title Tag ล้วนแต่ใส่คำที่เป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาทั้งสิ้น   หากเราไม่ได้ใส่คีย์เวิร์ดลงไปในจุดนี้ แต่ใช้เป็นข้อความอื่นแทน เช่น หน้าแรก, โฮมเพจ, ยินดีต้อนรับ  จะทำให้โอกาสที่เว็บจะติดอันดับดีๆ น้อยกว่า   ดังนั้นให้เรานำคีย์เวิร์ดหลัก และคีย์เวิร์ดรองมาผสมเขียนเป็นประโยคข้อความให้อ่านได้ใจความ  ไม่ใช่ใส่แต่คีย์เวิร์ด แล้วอ่านไม่รู้เรื่องนะคะ  แบบนี้คนอาจจะคลิกเข้ามาน้อยกว่าที่ควร ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดาย   อย่าง enjoyday จะใส่ทั้ง 2 คำ คือ &#8220;สร้างเว็บไซต์&#8221; และ &#8220;สอนทำเว็บ&#8221; </p>
<p>ในกรณีที่เว็บของเรามีอันดับต่ำกว่า เราอาจจะต้องใช้วาทะศิลป์สักนิด เช่น อยู่หน้าแรกเหมือนกันแต่อยู่ลำดับที่ 4  ถ้าเราตั้งชื่อเว็บได้ชวนให้คลิกเข้ามาชม ผู้ชมก็จะเลือกคลิกมาที่เว็บเราด้วย คำที่มีผลก็เช่น สอนตั้งแต่พื้นฐาน, แบบละเอียด, แบบ stept by step, ฟรี เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #333399;">คำแนะนำจาก Google</span></p>
<ul>
<li>ตั้งชื่อให้สื่อถึงเนื้อหาของหน้าเว็บ ไม่ควรปล่อยเป็นค่าเริ่มต้นที่ได้มาตอนเขียนเว็บเพจ เช่น Untitled, New Page1 </li>
<li>ตั้งชื่อให้แตกต่างกันในแต่ละหน้า หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อเดียวกันในทุกหน้า</li>
<li>ตั้งชื่อที่สั้น แต่ได้ใจความ เพราะถ้ายาวเกินไป Google จะแสดงได้เพียงบางส่วน</li>
</ul>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span><br />
กรณีที่เราใช้ CMS ไม่ได้เขียนเว็บเพจเอง ก็ยังสามารถกำหนด Title ได้เอง เช่น Wordpress และ Joomla! จะใช้ชื่อบทความที่เราตั้งมาเป็น Title ให้อัตโนมัติ   สำหรับ Wordpress ถ้าต้องการกำหนดเอง หรือเพิ่มคำต่อท้าย เช่น enjoyday จะเพิ่มชื่อเว็บไซต์ &#8220;enjoyday.net : สอนทำเว็บไซต์&#8221; ต่อจากชื่อบทความ สามารถทำได้โดยการติดตั้ง Plugin เพิ่ม เช่น SEO All in one  หรือตัวอื่นๆ ก็ได้ แล้วเข้าไปกำหนดค่าตามต้องการค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-title-tag/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการทำ SEO : On-page / Off-page Optimization</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-seo-off-page/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-seo-off-page/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 20:05:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2627</guid>
		<description><![CDATA[เราจะแบ่งการทำ SEO ออกเป็น 3 ส่วน คือ
1. On-page Optimization
การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ การเขียนโค้ดในหน้าเว็บเพจ การเขียนเนื้อหาให้เหมาะกับ Search Engine  และการกระจายคีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ  

ตั้งชื่อ Title ของหน้าเว็บว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า (Title Tag)
ใช้ Meta keyword และ description ข้อความอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์ (Meta Tag)
การปรับปรุงโครงสร้าง URL ของเว็บ (การกำหนดรูปแบบ URL, การตั้งชื่อ Directory, Files)
ทำระบบนำทางในเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย
การเขียน เรียบเรียงเนื้อหาให้เหมาะกับการทำ SEO
การทำลิงค์เชื่อมโยงเนื้อหา
การใช้แท็กหัวข้อให้เหมาะสม (Heading Tag)
การเน้นคำ (Bold/Strong Tags)
การใช้ลิสต์รายการ
การใช้รูปภาพอย่างเหมาะสม ไม่ลืมที่จะใส่คำอธิบาย
การป้องกันข้อมูลในเว็บไซต์ด้วย robots.txt

2. Off-page Optimization 
การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายนอก ได้แก่ เรื่องของการประชาสัมพันธ์เว็บ และการสร้างลิงค์เข้ามายังเว็บไซต์

การแนะนำเว็บให้ Search Engine รู้จัก (Search Engine Submission)
การทำ Search Engine Sitemap
ประเภทของลิงค์

One Way [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เราจะแบ่งการทำ SEO ออกเป็น 3 ส่วน คือ</p>
<h3>1. On-page Optimization</h3>
<p>การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ การเขียนโค้ดในหน้าเว็บเพจ การเขียนเนื้อหาให้เหมาะกับ Search Engine  และการกระจายคีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ  </p>
<ul>
<li>ตั้งชื่อ Title ของหน้าเว็บว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า (Title Tag)</li>
<li>ใช้ Meta keyword และ description ข้อความอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์ (Meta Tag)</li>
<li>การปรับปรุงโครงสร้าง URL ของเว็บ (การกำหนดรูปแบบ URL, การตั้งชื่อ Directory, Files)</li>
<li>ทำระบบนำทางในเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย</li>
<li>การเขียน เรียบเรียงเนื้อหาให้เหมาะกับการทำ SEO</li>
<li>การทำลิงค์เชื่อมโยงเนื้อหา</li>
<li>การใช้แท็กหัวข้อให้เหมาะสม (Heading Tag)</li>
<li>การเน้นคำ (Bold/Strong Tags)</li>
<li>การใช้ลิสต์รายการ</li>
<li>การใช้รูปภาพอย่างเหมาะสม ไม่ลืมที่จะใส่คำอธิบาย</li>
<li>การป้องกันข้อมูลในเว็บไซต์ด้วย robots.txt</li>
</ul>
<h3>2. Off-page Optimization </h3>
<p>การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายนอก ได้แก่ เรื่องของการประชาสัมพันธ์เว็บ และการสร้างลิงค์เข้ามายังเว็บไซต์</p>
<ul>
<li>การแนะนำเว็บให้ Search Engine รู้จัก (Search Engine Submission)</li>
<li>การทำ Search Engine Sitemap</li>
<li>ประเภทของลิงค์
<ul>
<li>One Way / Two Way links</li>
<li>Dofollow / Nofollow link</li>
</ul>
</li>
<li>การควบคุมปริมาณลิงค์เข้า (Inbound link) และลิงค์ออก (Outbound link)</li>
<li>การสร้างลิงค์เข้ามายังเว็บไซต์ (Backlink)
<ul>
<li>โปรโมทเว็บในเว็บไซต์อื่น (Web Directory Submission)</li>
<li>โปรโมทบทความหรือเนื้อหา (Article Submission /Social Bookmark)</li>
<li>แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่น</li>
</ul>
</li>
</ul>
<h3>3. การตรวจสอบและติดตามผลการทำ SEO</h3>
<p>หลังจากทำ SEO แล้ว ก็ไม่ควรลืมตรวจสอบผลการทำ SEO ว่าได้ผลเป็นอย่างไร ได้ผลตามเป้าหมายหรือไม่ </p>
<ul>
<li>สถิติเว็บไซต์ : จำนวนผู้ใช้งาน, แหล่งที่มา และคีย์เวิร์ดที่ผู้ชมใช้ค้นหา มาเจอเว็บไซต์เรา</li>
<li>การตรวจสอบอันดับ</li>
<li>การตรวจสอบปริมาณลิงค์ </li>
<li>การวิเคราะห์คู่แข่ง</li>
</ul>
<p>หัวข้อต่างๆ เหล่านี้ จะได้พูดถึงอย่างละเอียดในบทความต่อๆ ไปค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-seo-off-page/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SEO ทำได้ตั้งแต่ก่อนลงมือสร้างเว็บไซต์</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-domain-host-cms-design/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-domain-host-cms-design/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 18:28:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2616</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความก่อนเรื่อง Keyword สิ่งแรกสุดของการทำ SEO      เมื่อเรามีคีย์เวิร์ดในใจแล้ว ถึงตอนนี้เราก็สามารถที่จะเริ่มปรับแต่งเว็บไซต์ของเราเพื่อผลทาง SEO ได้แล้วค่ะ
1. ชื่อโดเมนดี แค่เริ่มต้นก็มีชัย
ชื่อโดเมน (ชื่อเว็บไซต์) เป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEO   การที่ชื่อโดเมนมี &#8220;คีย์เวิร์ด&#8221; ที่บ่งบอกถึงเนื้อหาของเว็บไซต์อยู่ด้วย  จะช่วยส่งเสริมให้เว็บสามารถติดอันดับดีๆ ในผลการค้นหาของเว็บ Search Engine ในคีย์เวิร์ดนั้นๆ ได้ง่าย   ถ้าเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับโรงแรม ให้ใส่คีย์เวิร์ด &#8220;hotel&#8221; ลงไปด้วย เช่น patayahotel.com, thailandhotel.com, เว็บไซต์เกี่ยวกับร้านขายหนังสือ ก็ให้ใส่คีย์เวิร์ด &#8220;book&#8221; ลงไปด้วย เช่น chulabook.com เป็นต้น แต่ไม่ควรจะให้มันยาวเกินไป ควรให้จำได้ง่าย เพื่อผลระยะยาว
.
ปัจจุบันชื่อโดเมนดีๆ มักจะถูกจับจองไปหมดแล้ว หรือบางครั้งเราต้องการสร้างแบรนด์จึงนำชื่อบริษัทมาเป็นชื่อโดเมน หรือเราอาจจะอยากใช้ชื่อเว็บไซต์แบบตามใจฉัน ก็สามารถทำได้ แล้วค่อยไปหาทางปรับปรุงเพิ่มเติมการทำ SEO ในส่วนอื่นๆ ของการทำเว็บไซต์ เช่น Title, Meta tag, เนื้อหา ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ชื่อโดเมน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากบทความก่อนเรื่อง <a href="http://www.enjoyday.net/2009/07/keyword/">Keyword สิ่งแรกสุดของการทำ SEO</a>  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' />    เมื่อเรามีคีย์เวิร์ดในใจแล้ว ถึงตอนนี้เราก็สามารถที่จะเริ่มปรับแต่งเว็บไซต์ของเราเพื่อผลทาง SEO ได้แล้วค่ะ</p>
<h3>1. ชื่อโดเมนดี แค่เริ่มต้นก็มีชัย</h3>
<p>ชื่อโดเมน (ชื่อเว็บไซต์) เป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEO   การที่ชื่อโดเมนมี &#8220;คีย์เวิร์ด&#8221; ที่บ่งบอกถึงเนื้อหาของเว็บไซต์อยู่ด้วย  จะช่วยส่งเสริมให้เว็บสามารถติดอันดับดีๆ ในผลการค้นหาของเว็บ Search Engine ในคีย์เวิร์ดนั้นๆ ได้ง่าย   ถ้าเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับโรงแรม ให้ใส่คีย์เวิร์ด &#8220;hotel&#8221; ลงไปด้วย เช่น patayahotel.com, thailandhotel.com, เว็บไซต์เกี่ยวกับร้านขายหนังสือ ก็ให้ใส่คีย์เวิร์ด &#8220;book&#8221; ลงไปด้วย เช่น chulabook.com เป็นต้น แต่ไม่ควรจะให้มันยาวเกินไป ควรให้จำได้ง่าย เพื่อผลระยะยาว</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>ปัจจุบันชื่อโดเมนดีๆ มักจะถูกจับจองไปหมดแล้ว หรือบางครั้งเราต้องการสร้างแบรนด์จึงนำชื่อบริษัทมาเป็นชื่อโดเมน หรือเราอาจจะอยากใช้ชื่อเว็บไซต์แบบตามใจฉัน ก็สามารถทำได้ แล้วค่อยไปหาทางปรับปรุงเพิ่มเติมการทำ SEO ในส่วนอื่นๆ ของการทำเว็บไซต์ เช่น Title, Meta tag, เนื้อหา ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ชื่อโดเมน  ไม่งั้น enjoyday คงไม่ติดอันดับคีย์เวิร์ด &#8220;สร้างเว็บไซต์&#8221; หรือ &#8220;สอนทำเว็บ&#8221; ได้  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/11.gif' alt=':อืม:' class='wp-smiley' />    แต่สำหรับเว็บที่เกี่ยวกับธุรกิจแล้วก็ยังแนะนำว่าควรมี คีย์เวิร์ด อยู่ในโดเมนเนม ค่ะ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>อีกวิธีคือการใช้งานซับโดเมน (sub domain) เว็บไซต์ดังๆ อย่าง sanook, mthai, kapook ก็ไม่ได้มีคีย์เวิร์ดอยู่ในชื่อโดเมน แต่ถ้าลอง Search คำว่า &#8220;เกมส์&#8221; จะเห็นว่าติดอันดับหน้าแรกกันเป็นแถวเลย ด้วยการใช้ sub domain ที่เป็นคีย์เวิร์ดนี่แหละ เช่น game.sanook.com, game.mthai.com</p>
<p> </p>
<h3>2. เลือกใช้ Host ให้ดีอย่าให้มีปัญหา</h3>
<ul>
<li>ไม่ควรให้มีปัญหาเว็บช้า หรือ Server ล่มบ่อย เพื่อไม่ให้เวลาที่ Bot หรือ Spider ของ Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูล แล้วเก็บอะไรไปไม่ได้ เผลอๆ จะถูก de-index ข้อมูลที่เก็บไปแล้ว เพราะคิดว่าหน้าเว็บถูกลบไม่มีอยู่จริงแล้ว</li>
<li>เลือกใช้บริการใน Package ที่เหมาะสมกับการใช้งานของเว็บไซต์  หากมีการจำกัดการใช้ Bandwidth (Data Transfer)  ให้ระวังปัญหาการใช้ Bandwidth เกินตอนสิ้นเดือนจนผู้ให้บริการปิดเว็บด้วย</li>
<li>ปัญหาการบล็อค Bot หรือ Spider ของ Search Engine ไม่ให้เข้ามา</li>
<li>ปัญหาอื่นๆ</li>
</ul>
<p> </p>
<h3>3. เลือกใช้  Web CMS (Web Content Management Sytem) ที่เหมาะกับการทำ SEO</h3>
<p>ควรเลือก <a title="ทำความรู้จักกับ Web CMS" href="http://www.enjoyday.net/2009/05/web-cms/" target="_blank">Web CMS</a>  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' /> หรือตัวจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ที่สนับสนุนหรือเหมาะกับการทำ SEO เช่น <a title="การสร้าง Blog ด้วย Wordpress" href="http://www.enjoyday.net/category/how-to-create-a-website/wordpress-blog/">Wordpress</a> <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' /> , <a title="การสร้างเว็บไซต์ด้วย Joomla!" href="http://www.enjoyday.net/joomla/">Joomla</a> <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' /> , Drupal  หรือถ้าเขียนเว็บเพจเองก็ต้องศึกษาการเขียน HTML ที่ถูกต้อง แนะนำ XHTML และใช้ CSS ควบคุมการตกแต่งเอกสาร หรือจัดรูปแบบการแสดงผล</p>
<p> </p>
<h3>4. การออกแบบเว็บไซต์กับการทำ SEO</h3>
<p>หากนักออกแบบมีความเข้าใจในเรื่อง SEO คงจะไม่มีปัญหา แต่หากไม่ล่ะก็  อาจจะออกแบบทำให้เว็บไซต์สวยงาม ทำเมนูด้วย Flash  ใส่ลูกเล่นที่หวือหวา ทำให้หน้าเว็บเพจเต็มไปด้วย code ส่วนการตกแต่ง  ซึ่งนั่นไม่เหมาะกับการทำงานของ Search Engine เลย</p>
<p>ควรเริ่มต้นด้วยการศึกษาเนื้อหาเว็บไซต์อย่างละเอียด จัดหมวดหมู่เนื้อหา  ทำหน้าเว็บที่เรียบง่าย มีเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือ เพื่อให้ Bot หรือ Spider ของ Search Engine เก็บข้อมูลได้ง่าย <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/50.gif' alt=':OK:' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-domain-host-cms-design/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Wordpress ก็ทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ได้</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/wordpress-theme-ecommerce/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/wordpress-theme-ecommerce/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Jul 2009 12:42:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสร้าง Blog ด้วย Wordpress]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านขายสินค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[wordpress]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2602</guid>
		<description><![CDATA[Wordpress Theme &#8220;Crafty Cart&#8221;  สำหรับทำเว็บขายสินค้าออนไลน์ Free ตัวนี้ ออกแบบมาได้เรียบง่าย สบายตา น่ารักอีกด้วย ถูกใจใช่เลยนะเนี่ย  คิดว่าถ้าจะทำเว็บขายของอะไรจะต้องเอามาใช้แน่นอน  Theme ดีๆ แบบนี้ โดย Billion Studio  ค่ะ
View Demo &#124; Download

วิธีใช้งาน จะต้องติดตั้ง Plugin เพิ่มเติม ซึ่งก็ฟรีเหมือนกันค่ะ WP e-Commerce plugin
http://wordpress.org/extend/plugins/wp-e-commerce/download/
ที่มา : http://www.thekingcart.com/2008/10/02/crafty-cart-free-wordpress-ecommerce-plugin-theme/
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Wordpress Theme &#8220;Crafty Cart&#8221;  สำหรับทำเว็บขายสินค้าออนไลน์ Free ตัวนี้ ออกแบบมาได้เรียบง่าย สบายตา น่ารักอีกด้วย ถูกใจใช่เลยนะเนี่ย  คิดว่าถ้าจะทำเว็บขายของอะไรจะต้องเอามาใช้แน่นอน  Theme ดีๆ แบบนี้ โดย <a rel="nofollow" href="http://www.billionstudio.com/shop/" target="_blank">Billion Studio</a>  ค่ะ</p>
<p><a rel="nofollow" href="http://demo.billionstudio.com/?wptheme=Crafty Cart" target="_blank">View Demo</a> | <a rel="nofollow" href="http://www.thekingcart.com/2008/10/02/crafty-cart-free-wordpress-ecommerce-plugin-theme/" target="_blank">Download</a></p>
<p><a href="http://demo.billionstudio.com/?wptheme=Crafty Cart"><img src="http://www.enjoyday.net/images/Wordpress-Crafty-Cart-ecommerce-theme.jpg" alt="Crafy cart wordpress theme" /></a></p>
<p>วิธีใช้งาน จะต้องติดตั้ง Plugin เพิ่มเติม ซึ่งก็ฟรีเหมือนกันค่ะ <a rel="nofollow" href="http://www.instinct.co.nz/e-commerce/" target="_blank">WP e-Commerce plugin</a><br />
http://wordpress.org/extend/plugins/wp-e-commerce/download/</p>
<p>ที่มา : http://www.thekingcart.com/2008/10/02/crafty-cart-free-wordpress-ecommerce-plugin-theme/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/wordpress-theme-ecommerce/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->