<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Enjoyday.net &#187; คำศัพท์น่ารู้</title>
	<atom:link href="http://www.enjoyday.net/category/vocab/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.enjoyday.net</link>
	<description>แนะนำการสร้างเว็บไซต์ สอนทำเว็บตั้งแต่พื้นฐาน สอน HTML,CSS, XHTML แนะนำการใช้งาน Wordpress &#38; Joomla!</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 May 2010 09:46:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>Blog คืออะไร</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/what-is-blog/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/what-is-blog/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2009 13:54:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การสร้าง Blog ด้วย Wordpress]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[wordpress]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=1163</guid>
		<description><![CDATA[คิดว่าในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จัก Blog กันอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่ ถ้ายังไม่รู้จัก ก็มารู้จักกันในบทความนี้เลยค่ะ Blog (มาจากศัพท์คำว่า Weblog)   เป็นเว็บไซต์รูปแบบหนึ่ง ที่มีระบบจัดการให้เราสามารถเขียนเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว ข่าว หรือบทความเฉพาะด้านต่างๆ ได้อย่างสะดวก   (ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องทำหน้าเว็บเพจทีละหน้า และทำลิงค์เชื่อมโยงแต่ละหน้าเอง) โดยเนื้อหาที่เราเขียนแต่ละครั้ง จะถูกเรียงลำดับตามเวลา เรื่องที่เราเขียนล่าสุดจะถูกแสดงอยู่ด้านบนสุดของหน้า Blog    เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสามารถติดตามอ่านเรื่องราวที่เรา Update ใหม่ได้ง่าย . Blog อาจเขียนโดยคนเพียงคนเดียว หรือเป็นกลุ่มช่วยกันเขียนก็ได้  ผู้ที่เขียน Blog หรือเจ้าของ Blog เรียกว่า Blogger เรื่องหรือบทความที่เขียนมักเป็นเรื่องเจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ก็อาจจะมีเรื่องอื่นปะปนบ้าง แล้วแต่เจ้าของ Blog     แต่ทางที่ดีควรจะให้ผู้อ่านที่เข้ามาทราบว่า Blog ของเรานั้นเน้นเนื้อหาเรื่องใด ถ้าเรื่องที่เขียนใน Blog มีความหลากหลาย เรายังสามารถจัดหมวดหมู่ให้กับเรื่องที่เราเขียนได้อีกด้วยค่ะ อย่างที่ enjoyday ก็เป็น Blog ที่ผู้เขียนตั้งใจเขียนเรื่องเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์เป็นหลัก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนำเสนอเรื่องอื่นๆ ด้วย . นอกจากจะใช้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คิดว่าในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จัก Blog กันอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่ ถ้ายังไม่รู้จัก ก็มารู้จักกันในบทความนี้เลยค่ะ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>Blog </strong></span>(มาจากศัพท์คำว่า Weblog)   เป็นเว็บไซต์รูปแบบหนึ่ง ที่มีระบบจัดการให้เราสามารถเขียนเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว ข่าว หรือบทความเฉพาะด้านต่างๆ ได้อย่างสะดวก   (ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องทำหน้าเว็บเพจทีละหน้า และทำลิงค์เชื่อมโยงแต่ละหน้าเอง) โดยเนื้อหาที่เราเขียนแต่ละครั้ง จะถูกเรียงลำดับตามเวลา เรื่องที่เราเขียนล่าสุดจะถูกแสดงอยู่ด้านบนสุดของหน้า Blog    เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสามารถติดตามอ่านเรื่องราวที่เรา Update ใหม่ได้ง่าย</p>
<p><img src="http://www.enjoyday.net/images/wordpress03.jpg" alt="wordpress blog" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>Blog อาจเขียนโดยคนเพียงคนเดียว หรือเป็นกลุ่มช่วยกันเขียนก็ได้  ผู้ที่เขียน Blog หรือเจ้าของ Blog เรียกว่า Blogger</p>
<p>เรื่องหรือบทความที่เขียนมักเป็นเรื่องเจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ก็อาจจะมีเรื่องอื่นปะปนบ้าง แล้วแต่เจ้าของ Blog     แต่ทางที่ดีควรจะให้ผู้อ่านที่เข้ามาทราบว่า Blog ของเรานั้นเน้นเนื้อหาเรื่องใด ถ้าเรื่องที่เขียนใน Blog มีความหลากหลาย เรายังสามารถจัดหมวดหมู่ให้กับเรื่องที่เราเขียนได้อีกด้วยค่ะ</p>
<p>อย่างที่ enjoyday ก็เป็น Blog ที่ผู้เขียนตั้งใจเขียนเรื่องเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์เป็นหลัก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนำเสนอเรื่องอื่นๆ ด้วย</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>นอกจากจะใช้ Blog เพื่อเขียนเรื่องหรือบทความต่างๆ แล้ว เรายังสามารถใช้ Blog เพื่อนำเสนอผลงานก็ได้ ในปัจจุบันบางบริษัทก็หันมาใช้ Blog ทำเป็นเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อลดความเป็นทางการลง</p>
<p><img src="http://www.enjoyday.net/images/wordpress02.jpg" alt="wordpress blog" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>จุดเด่นของ Blog คือ การที่เราสามารถแสดงความคิดเห็นของเราใส่ในบทความที่เราเขียน และเปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้แสดงความคิดเห็น หรือติชม (Comment) ได้</p>
<p>ทำให้เจ้าของ Blog สามารถรับรู้ได้ว่าคนอ่านชอบเรื่องราวหรือบทความที่เขียนไปหรือไม่</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p><strong>เริ่มต้นทำ Blog ได้อย่างไร?</strong></p>
<p>เราสามารถที่จะทำ Blog ฟรีได้  โดยขอใช้บริการจากเว็บไซต์ผู้ให้บริการ Blog ต่างๆ โดยต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน แล้วผู้ให้บริการจะแนะนำวิธีการใช้งานให้เราเองค่ะ</p>
<p>ผู้ให้บริการ Blog ของไทยที่เป็นที่นิยมได้แก่</p>
<p><a href="http://www.bloggang.com" target="_blank">http://www.bloggang.com</a><br />
<a href="http://www.exteen.com" target="_blank">http://www.exteen.com</a><br />
<a href="http://blog.sanook.com" target="_blank">http://blog.sanook.com</a></p>
<p><a href="http://www.freeseoblogs.com" target="_blank" class="broken_link">http://www.freeseoblogs.com</a> </p>
<p>ผู้ให้บริการ Blog ของต่างประเทศที่เป็นที่นิยม ได้แก่</p>
<p><a href="http://www.blogger.com" target="_blank">http://www.blogger.com</a> (อ่านคำแนะนำได้ที่ blog นี้ค่ะ <a href="http://2talkbig.blogspot.com" target="_blank">http://2talkbig.blogspot.com</a>)<br />
<a href="http://www.wordpress.com" target="_blank">http://www.wordpress.com</a><br />
<a href="http://spaces.msn.com" target="_blank">http://spaces.msn.com</a></p>
<p>แต่ถ้าเราต้องการทำ Blog เป็นของตัวเอง โดยไม่ใช้บริการฟรี    เราก็สามารถทำได้โดยติดตั้งตัวจัดการ Blog บนพื้นที่เว็บไซต์ของเรา โดยใช้ <a title="เกี่ยวกับ WordPress" href="http://www.enjoyday.net/2009/05/wordpress/">WordPress</a>  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' />  ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/what-is-blog/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Bookmark กับลิงค์แบบ DoFollow และ NoFollow</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/social-bookmark-dofollow-nofollow/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/social-bookmark-dofollow-nofollow/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2009 07:36:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[DoFollow]]></category>
		<category><![CDATA[NoFollow]]></category>
		<category><![CDATA[Social Bookmark]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=895</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความก่อนที่ได้แนะนำว่า Social Bookmark คืออะไร และมีประโยชน์ช่วยโปรโมทเว็บไซต์อย่างการช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชม (Traffic) ให้กับเว็บไซต์ของเรา ในบทความนี้จะอธิบายเพิ่มเติม ให้เราได้รู้จัก Social Bookmark อย่างลึกซึ้งขึ้น การที่เราไปแนะนำลิงค์ของหน้าเนื้อหา ข่าว หรือบทความต่างๆ ของเว็บไซต์เรา ในเว็บประเภท Social Bookmark   นอกจากจะช่วยเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์ (Traffic) แล้ว ยังจะช่วยเพิ่มจำนวนลิงค์จากเว็บไซต์อื่นที่ลิงค์เข้ามาเว็บไซต์เรา (ที่เรียกว่า Backlink) อีกด้วย ซึ่งการที่มี Backlink เข้ามาเว็บไซต์ของเรามากๆ    Search Engine จะเข้าใจว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ของเรามีประโยชน์ มีคุณภาพ    จึงมีเว็บไซต์ต่างๆ ลิงค์มาหา    ก็จะทำการจัดอันดับเว็บไซต์ (PageRank) ของเราไว้ในอันดับดีๆ ให้ถูกค้นหาเจอในหน้าแรกๆ . สำหรับเว็บไซต์ภาษาไทย การใช้ Social Bookmark ของไทยน่าจะดีกว่าใช้ของต่างประเทศ อันนี้เป็นลิงค์ที่มีผู้รวบรวม Social Bookmark ของไทยพร้อมแยกประเภท DoFollow / NoFollow เอาไว้แล้วค่ะ    แถมยังบอกอันดับ (PageRank) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากบทความก่อนที่ได้แนะนำว่า <a title="คลิกเพื่ออ่านได้เลยค่ะ" href="http://www.enjoyday.net/2009/04/social-bookmark/">Social Bookmark คืออะไร </a>  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' />  และมีประโยชน์ช่วยโปรโมทเว็บไซต์อย่างการช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชม (Traffic) ให้กับเว็บไซต์ของเรา ในบทความนี้จะอธิบายเพิ่มเติม ให้เราได้รู้จัก Social Bookmark อย่างลึกซึ้งขึ้น </p>
<p>การที่เราไปแนะนำลิงค์ของหน้าเนื้อหา ข่าว หรือบทความต่างๆ ของเว็บไซต์เรา ในเว็บประเภท Social Bookmark   นอกจากจะช่วยเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์ (Traffic) แล้ว ยังจะช่วยเพิ่มจำนวนลิงค์จากเว็บไซต์อื่นที่ลิงค์เข้ามาเว็บไซต์เรา (ที่เรียกว่า Backlink) อีกด้วย ซึ่งการที่มี Backlink เข้ามาเว็บไซต์ของเรามากๆ    Search Engine จะเข้าใจว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ของเรามีประโยชน์ มีคุณภาพ    จึงมีเว็บไซต์ต่างๆ ลิงค์มาหา    ก็จะทำการจัดอันดับเว็บไซต์ (PageRank) ของเราไว้ในอันดับดีๆ ให้ถูกค้นหาเจอในหน้าแรกๆ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>สำหรับเว็บไซต์ภาษาไทย การใช้ Social Bookmark ของไทยน่าจะดีกว่าใช้ของต่างประเทศ อันนี้เป็นลิงค์ที่มีผู้รวบรวม Social Bookmark ของไทยพร้อมแยกประเภท <span style="color: #993300;">DoFollow / NoFollow</span> เอาไว้แล้วค่ะ    แถมยังบอกอันดับ (PageRank) ซึ่งวัดความนิยม ของเว็บที่ให้บริการ Social Bookmark ไว้เสร็จสรรพเลย</p>
<p><a href="http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,49665.0.html" target="_blank">http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,49665.0.html</a></p>
<p>ขออนุญาตนำมาแสดงแค่บางส่วน (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2552)</p>
<blockquote><p>DoFollow(traffic+bot+backlink+pr)<br />
Pr 6</p>
<p>http://www.bookmarkdigg.com/</p>
<p>Pr 5</p>
<p>http://social.wordthai.com/</p>
<p>http://www.dekdigg.com/</p>
<p>http://www.madigg.com/</p>
<p>http://www.moohot.com/</p>
<p>http://www.democracyformd.com/</p>
<p>Nofollow(traffic+bot)<br />
Pr 4</p>
<p>http://www.lefthit.com/</p>
<p>Pr 3<br />
http://www.catchh.com/ http://www.bikair.com/ http://www.digza.com/<br />
Redirect(traffic only)<br />
Pr 4</p>
<p>http://planet.thaihealth.net/</p>
<p>http://zickr.com/</p>
<p>Pr 3</p>
<p>http://www.siamcollective.com/</p>
<p>http://www.siambookmark.com/</p></blockquote>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span><br />
เมื่อเราเข้าไปที่หน้าแรกของเว็บ Social Bookmark บางครั้งจะมีคำศัพท์ DoFollow อยู่ เช่น</p>
<blockquote><p>bookmarkdigg.com <span style="color: #800080;">&#8220;บุ๊คมาร์คดิ๊กก คือเว็บที่ให้บริการโปรโมทเว็บไซต์ ฟรี!! ได้ลิงก์ตรงแบบ <span style="color: #993300;">DoFollow</span> รับรองได้ว่าสามารถเพิ่ม Backlinks และจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บของท่านได้อย่างรวดเร็ว ฟันธง&#8230; &#8220;</span></p></blockquote>
<p>ผู้อ่านอาจสงสัยว่า DoFollow / NoFollow นี่มันคืออะไร ?<br />
dofollow และ nofollow เป็นค่าของ attribute rel ใน Element link  ซึ่ง Google เป็นผู้ออกแบบขึ้นในปี 2005  และ Search Engine ค่ายอื่นก็รับทราบ</p>
<p>&lt;a rel=&#8221;dofollow&#8221; href=&#8221;http://www.enjoyday.net&#8221;&gt;enjoyday&lt;/a&gt;<br />
&lt;a rel=&#8221;nofollow&#8221; href=&#8221;http://www.enjoyday.net&#8221;&gt;enjoyday&lt;/a&gt;</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p><strong>ลิงค์แบบ DoFollow</strong> ก็คือลิงค์ปกติทั่วๆ ไป ซึ่งเวลาที่ Spider หรือ Bot ของ Search Engine มาเจอก็จะตามไปเก็บข้อมูลในลิงค์ปลายทางให้ด้วย เช่น<br />
&lt;a href=&#8221;http://www.enjoyday.net&#8221;&gt;enjoyday&lt;/a&gt;<br />
&lt;a href=&#8221;http://www.enjoyday.net/webtutorial/index.html&#8221;&gt;web builder tutorial&lt;/a&gt;<br />
หรือจะใส่ attribute rel=&#8221;dofollow&#8221; ที่ลิงค์ก็ได้<br />
&lt;a <span style="color: #993300;">rel=&#8221;dofollow&#8221; </span>href=&#8221;http://www.enjoyday.net&#8221;&gt;enjoyday&lt;/a&gt;<br />
แต่ไม่จำเป็นต้องใส่ เพราะลิงค์ธรรมดา ก็เป็น dofollow อยู่แล้วค่ะ <span style="color: #ffffff;">.</span><br />
<span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p><strong>ส่วนลิงค์แบบ NoFollow</strong> อ้างจาก wikipedia หมายถึง ลิงค์ที่ Search Engine จะไม่ให้คะแนนในการจัดอันดับเว็บไซต์ (Ranking) ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ลิงค์ที่เกิดจากการ spam ทั้งหลายได้รับการจัดอันดับ (PageRank) ดีเกินไป</p>
<blockquote><p>The concept for the specification of the attribute value nofollow was designed by Google’s head of webspam team Matt Cutts and Jason Shellen from Blogger.com in 2005. Google announced in early 2005 that hyperlinks with <code>rel="nofollow"</code> attribute would not influence the link target&#8217;s PageRank. In addition, the Yahoo and Windows Live search engines also respect this attribute. How the attribute is being interpreted differs between the search engines. While some take it literally and do not follow the link to the page being linked to [<em>citation needed</em>], others still &#8220;follow&#8221; the link to find new web pages for indexing. In the latter case <code>rel="nofollow"</code> actually tells a search engine &#8220;Don&#8217;t score this link&#8221; rather than &#8220;Don&#8217;t follow this link.&#8221; This differs from the meaning of <code>nofollow</code> as used within a robots meta tag, which <strong>does</strong> tell a search engine: &#8220;Do not follow any of the hyperlinks in the body of this document.&#8221;</p></blockquote>
<p>source : <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Nofollow">http://en.wikipedia.org/wiki/Nofollow</a></p>
<p>เราใช้ลิงค์แบบ NoFollow ก็เพื่อป้องกันหรือลดจำนวนการ Spam ฝากลิงค์ ใน Webboard หรือใน Comment ซึ่งเป็นการควบคุมปริมาณลิงค์ที่ออกจากเว็บไซต์ของเรา สำหรับลิงค์ที่เราไม่ได้เป็นคนใส่เองค่ะ</p>
<p>NoFollow ไม่ได้หมายถึง &#8221; ไม่ต้องตามลิงค์นี้ไปเก็บข้อมูล&#8221; เพราะอย่างไร Bot ของ Search Engine ก็ยังคงตามลิงค์นี้ไปอยู่ดี  การที่จะบอกไม่ให้ Bot ของ Search ตามลิงค์ไป  ให้ใช้  &lt;meta name=&#8221;Robots&#8221; content=&#8221;nofollow&#8221;&gt; ระบุไว้ที่ส่วน &lt;head&gt;&#8230;&lt;/head&gt;ของไฟล์เอกสาร html<br />
<a title="การใช้งาน meta ต่างๆ คลิกเลยค่ะ" href="http://www.enjoyday.net/webtutorial/html/html_chapter04.html" target="_blank">อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Meta ได้ที่นี่</a></p>
<p>การทำลิงค์แบบ NoFollow ทำได้ง่ายๆ แค่เพิ่ม attribute rel=&#8221;nofollow&#8221; เช่น<br />
&lt;a <span style="color: #993300;">rel=&#8221;nofollow&#8221; </span>href=&#8221;http://www.enjoyday.net&#8221;&gt;enjoyday&lt;/a&gt; <span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>มาดูกันว่าเมื่อ Search Engine ค่ายต่างๆ เจอลิงค์แบบ NoFollow จะทำอย่างไร</p>
<table border="1">
<tbody>
<tr>
<th>rel=&#8221;nofollow&#8221; Action</th>
<th>Google</th>
<th>Yahoo!</th>
<th>MSN Search</th>
<th>Ask.com</th>
</tr>
<tr>
<th>Follows the link</th>
<td>Yes</td>
<td>Yes</td>
<td>Yes</td>
<td>Yes</td>
</tr>
<tr>
<th>Indexes the &#8220;linked to&#8221; page</th>
<td>No (นอกจากหน้านั้นจะถูก index ไว้อยู่แล้ว)</td>
<td>Yes</td>
<td>No</td>
<td>Yes</td>
</tr>
<tr>
<th>Shows the existence of the link</th>
<td>Only for a previously indexed page</td>
<td>Yes</td>
<td>Yes</td>
<td>Yes</td>
</tr>
<tr>
<th>In SERPs for anchor text</th>
<td>Only for a previously indexed page</td>
<td>Yes</td>
<td>Only for a previously indexed page</td>
<td>Yes</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="color: #993300;"></span></p>
<p><span style="color: #993300;"><span style="text-decoration: underline;">สรุปแล้ว</span> ลิงค์แบบ NoFollow จะแตกต่างจากลิงค์แบบ DoFollow ตรงที่ Search Engine จะไม่นำเอาค่าของลิงค์แบบ NoFollow ไปคิดพิจารณาจัดอันดับเว็บไซต์ (PageRank) ใหั</span> แต่ก็ยังได้ประโยชน์ในเรื่องของ Backlink และ Traffic ค่ะ <span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>อันนี้เป็น video ที่ Matt Cutts software engineer ของ Google ได้พูดถึงเรื่อง &#8220;nofollow&#8221; เอาไว้</p>
<p><object width="560" height="340" data="http://www.youtube.com/v/x4UJS-LFRTU&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" type="application/x-shockwave-flash"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/x4UJS-LFRTU&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /></object></p>
<p> </p>
<p>Refference :  <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Nofollow" target="_blank">http://en.wikipedia.org/wiki/Nofollow</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/social-bookmark-dofollow-nofollow/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Social Bookmark คืออะไร</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/social-bookmark/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/social-bookmark/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Apr 2009 08:36:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[Social Bookmark]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/2009/04/social-bookmark/</guid>
		<description><![CDATA[โดยปกติเวลาที่เราชื่นชอบเว็บไหน และต้องการเก็บลิงค์ของเว็บนั้นไว้ เพื่อให้กลับมาเรียกดูได้อีกครั้ง    เราก็จะทำการ Bookmark หรือ Add Favorite หน้าเว็บนั้นไว้ในโปรแกรมเว็บเบราเซอร์อย่าง IE หรือ Firefox     แต่ถ้าเราไปใช้งานที่เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นก็จะเรียกดูไม่ได้ แต่ถ้าเรา Bookmark เก็บลิงค์ที่ชอบไว้ในเว็บที่ให้บริการ Social Bookmark แทน แบบนี้ไม่ว่าเราจะใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องไหน เราก็สามารถเรียกดูเว็บที่เราเก็บไว้ได้ค่ะ รวมถึงคนทั่วโลก ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม ถ้าต่ออินเตอร์เน็ต และเข้าสู่เว็บไซต์ที่เก็บ Bookmark ของเรา   เขาเหล่านั้นก็สามารถที่จะค้นหาข้อมูลที่ต้องการ และอาจจะเป็นเว็บไซต์ที่เรา Bookmark ไว้ก็ได้ค่ะ Social Bookmark หรือ บริการคั่นหน้าออนไลน์ นอกจากให้เราเก็บหน้าเว็บที่ชื่นชอบ และได้แบ่งปันให้กับผู้อื่นด้วยแล้ว   ยังมีระบบการโหวตเพื่อให้คะแนนหน้าเว็บที่ชื่นชอบ มีการแสดงความคิด และ อื่นๆอีก ประโยชน์ของ Scial Bookmark เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่างๆ จากทั่วโลก ได้แบ่งปันเว็บที่เราชอบให้คนอื่น ๆ ได้ทราบ สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ สามารถใช้ Social Bookmark ในการโปรโมทเว็บไซต์ได้    โดยเมื่อเขียนบทความต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดยปกติเวลาที่เราชื่นชอบเว็บไหน และต้องการเก็บลิงค์ของเว็บนั้นไว้ เพื่อให้กลับมาเรียกดูได้อีกครั้ง    เราก็จะทำการ <strong>Bookmark</strong> หรือ <strong>Add Favorite</strong> หน้าเว็บนั้นไว้ในโปรแกรมเว็บเบราเซอร์อย่าง IE หรือ Firefox     แต่ถ้าเราไปใช้งานที่เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นก็จะเรียกดูไม่ได้</p>
<p>แต่ถ้าเรา Bookmark เก็บลิงค์ที่ชอบไว้ในเว็บที่ให้บริการ Social Bookmark แทน<br />
แบบนี้ไม่ว่าเราจะใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องไหน เราก็สามารถเรียกดูเว็บที่เราเก็บไว้ได้ค่ะ<br />
รวมถึงคนทั่วโลก ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม ถ้าต่ออินเตอร์เน็ต และเข้าสู่เว็บไซต์ที่เก็บ Bookmark ของเรา   เขาเหล่านั้นก็สามารถที่จะค้นหาข้อมูลที่ต้องการ และอาจจะเป็นเว็บไซต์ที่เรา Bookmark ไว้ก็ได้ค่ะ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>Social Bookmark</strong></span> หรือ บริการคั่นหน้าออนไลน์ นอกจากให้เราเก็บหน้าเว็บที่ชื่นชอบ และได้แบ่งปันให้กับผู้อื่นด้วยแล้ว   ยังมีระบบการโหวตเพื่อให้คะแนนหน้าเว็บที่ชื่นชอบ มีการแสดงความคิด และ อื่นๆอีก</p>
<p><strong>ประโยชน์ของ Scial Bookmark</strong></p>
<ul>
<li>เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่างๆ จากทั่วโลก ได้แบ่งปันเว็บที่เราชอบให้คนอื่น ๆ ได้ทราบ</li>
<li>สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ สามารถใช้ Social Bookmark ในการโปรโมทเว็บไซต์ได้    โดยเมื่อเขียนบทความต่างๆ แล้ว ก็นำไปแนะนำในเว็บ Social Bookmark   จะช่วยเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บ (Traffic) ให้เราได้   เนื่องจากเว็บประเภทนี้ Bot ของ Search Engine อย่าง Google, Yahoo จะเข้ามาเก็บข้อมูล (Indexed) ค่อนข้างถึ่</li>
</ul>
<p>ถ้ายังไม่เข้าใจ   <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/37.gif' alt=':ก่งก๊ง:' class='wp-smiley' />    ก็ให้ลองสมัครเป็นสมาชิกของเว็บ Social Bookmark สักแห่ง แล้วจะเข้าใจเองค่ะ !</p>
<p>ปัจจุบันเว็บไซต์ประเภทนี้มีมากมายหลายแห่งทั้งของต่างประเทศ และของไทย</p>
<p>Social Bookmark ในต่างประเทศ เช่น<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/wp-content/themes/disaster-right/images/social/delicious.png" alt="" /> <a href="http://www.del.icio.us" target="_blank">http://www.del.icio.us</a><br />
<img src="http://www.enjoyday.net/wp-content/themes/disaster-right/images/social/designfloat.png" alt="" /> <a href="http://www.designfloat.com" target="_blank">http://www.designfloat.com</a><br />
<img src="http://www.enjoyday.net/wp-content/themes/disaster-right/images/social/digg.png" alt="" /> <a href="http://www.digg.com" target="_blank">http://www.digg.com</a><br />
<img src="http://www.enjoyday.net/wp-content/themes/disaster-right/images/social/mixx.png" alt="" /> <a href="http://www.mixx.com" target="_blank">http://www.mixx.com</a><br />
<img src="http://www.enjoyday.net/wp-content/themes/disaster-right/images/social/reddit.gif" alt="" /> <a href="http://www.reddit.com" target="_blank">http://www.reddit.com</a><br />
<img src="http://www.enjoyday.net/wp-content/themes/disaster-right/images/social/stumble.png" alt="" /> <a href="http://www.stumbleupon.com" target="_blank">http://www.stumbleupon.com</a><br />
<img src="http://www.enjoyday.net/wp-content/themes/disaster-right/images/social/technorati.png" alt="" /> <a href="http://www.technorati.com" target="_blank">http://www.technorati.com</a></p>
<p>Social Bookmark ของไทย เช่น<br />
<a href="http://www.bookmarkdigg.com" target="_blank" class="broken_link">http://www.bookmarkdigg.com</a><br />
<a href="http://www.dekdigg.com" target="_blank">http://www.dekdigg.com</a><br />
<a href="http://www.diggsa.com" target="_blank">http://www.diggsa.com</a><br />
<a href="http://www.dukedig.com" target="_blank">http://www.dukedig.com</a><br />
<a href="http://www.lefthit.com" target="_blank">http://www.lefthit.com</a><br />
<a href="http://www.madigg.com" target="_blank">http://www.madigg.com</a><br />
<a href="http://www.siambookmark.com" target="_blank">http://www.siambookmark.com</a><br />
<a href="http://www.siamcollective.com" target="_blank">http://www.siamcollective.com</a><br />
<a href="http://www.siamdigg.com/" target="_blank">http://www.siamdigg.com</a><br />
<a href="http://www.zickr.com" target="_blank">http://www.zickr.com</a></p>
<p>เว็บประเภท Social Bookmark ที่โด่งดังของไทย และ enjoyday ใช้อยู่คือ <strong>Zickr </strong>ค่ะ<br />
โดย Zickr เป็นเว็บที่ให้สมาชิกช่วยกันแนะนำ link ของเว็บที่เป็นเรื่องน่าสนใจ ข่าวฮอต ฯลฯ เข้ามาในระบบเพื่อให้คนอื่น ๆ ได้อ่านต่อ โดยแยกประเภทหมวดหมู่ไว้ ทำให้ค้นหาได้ง่าย</p>
<p>เวลาที่เขียนบทความเสร็จ enjoyday ก็มักจะเข้าไปแนะนำลิงค์บทความที่ Zickr เพื่อช่วยโปรโมทเว็บอีกทางค่ะ ^^ ซึ่งก็ช่วยได้มากค่ะ   เนื่องจากถ้าอันดับเว็บของเราไม่ดี จะทำให้ผลการค้นหาของ Search Engine จัดเว็บของเราไว้อยู่ในหน้าท้ายๆ   แต่พอ Submit บทความใน Social Bookmark แล้ว ผลการค้นหามักจะเจอเว็บพวก Social Bookmark อยู่ในหน้าแรกๆ ซึ่งเป็นลิงค์ ที่แนะนำไปยังบทความในเว็บของเรานั่นเองค่ะ</p>
<p>ตัวอย่างเช่น enjoyday เขียนบทความ ที่รวบรวม Affiliate Program ของไทยไว้ และได้นำไป Add เรื่องใหม่ใน Zickr.com  ต่อมามีคนค้นหาด้วย keyword &#8220;Affiliate Program ของไทย&#8221; ในเว็บ Google     จะเห็นว่าผลการค้นหาอันดับแรก เป็นเว็บ Zickr ค่ะ<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/socialbookmark1.jpg" alt="" /></p>
<p>ซึ่งเมื่อคลิกที่ลิงค์เว็บผลการค้นหาแล้ว จะไปยังเนื้อหาในเว็บ Zickr   แต่จริงๆ แล้วเป็นลิงค์ของบทความที่ enjoyda เป็นคน Add ไว้ค่ะ   ดังนั้นเมื่อผู้ค้นหาคลิกที่ลิงค์ <span style="color: #3366ff;">Visit</span> ก็จะลิงค์ไปยังหน้าบทความของ enjoyday.net ค่ะ   ใครยังไม่เคยใช้ ลองดูนะคะ</p>
<p><img src="http://www.enjoyday.net/images/socialbookmark2.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>ยังมีบทความเรื่อง Social Bookmark  ตอน 2  (DoFollow|NoFollow) ด้วยค่ะ  <a href="http://www.enjoyday.net/2009/04/social-bookmark-dofollow-nofollow/">คลิกที่นี่เลยค่ะ </a></p>
<p>enjoyday ยังได้ใส่ Bookmark Social ของเว็บต่างๆ ไว้ด้านท้ายของทุกบทความ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้อ่าน ได้ Submit เก็บลิงค์ของบทความใน Bookmark Social ที่ผู้อ่านเป็นสมาชิกอยู่ ได้อย่างง่ายดาย ด้วยค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/social-bookmark/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Affiliate Program คืออะไร</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/affiliate-program/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/affiliate-program/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2009 14:56:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[Affiliate Program]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/2009/04/affiliate-program/</guid>
		<description><![CDATA[เดี๋ยวนี้คนหันมาทำเว็บไซต์เป็นของตัวเองกันมากขึ้น เหตุผลหนึ่งก็เพื่อเป็นหนทางสร้างรายได้ โดยที่ไม่ต้องลงทุนมาก ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน คือ การเป็นตัวแทนโฆษณาจำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์ค่ะ Affiliate Program คือ โปรแกรมการเป็นตัวแทนขายโฆษณาสินค้าหรือบริการ ให้กับบริษัทต่างๆ ที่เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่าย โดยที่ผู้เป็นตัวแทนขายจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าตอบแทน การจ่ายค่าตอบแทนมีหลายรูปแบบ แล้วแต่ข้อตกลงของบริษัท เช่น 1. PPC หรือ Pay Per Click จ่ายตามจำนวนการคลิกแบนเนอร์โฆษณา บริษัทที่เราเป็นตัวแทนจะให้เรานำ แบนเนอร์โฆษณาไปติดที่เว็บไซต์ของเรา แล้วเราจะได้ค่าตอบแทนเมื่อผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ click ที่แบนเนอร์ ที่โด่งดังมากก็คือ Google Adsense https://www.google.com/adsense/login/th 2. PPM หรือ Pay Per Impression หมายถึง จ่ายตามจำนวนคนเห็นโฆษณา เช่น บริษัทผู้ลงโฆษณาจะให้เงินเราเป็นจำนวนหนึ่งจากการที่เราแสดงแบนเนอร์ครบ 1,000 ครั้ง 3. PPL หรือ Pay Per Lead   หมายถึง จ่ายตามจำนวนการแนะนำ เพียงเราแนะนำผู้ชมเว็บไซต์ของเราสมัครสมาชิก, กรอกแบบสอบถาม, ทดลองใช้สินค้า หรือให้ข้อมูลไว้กับผู้ลงโฆษณา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เดี๋ยวนี้คนหันมาทำเว็บไซต์เป็นของตัวเองกันมากขึ้น เหตุผลหนึ่งก็เพื่อเป็นหนทางสร้างรายได้ โดยที่ไม่ต้องลงทุนมาก ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน คือ การเป็นตัวแทนโฆษณาจำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์ค่ะ</p>
<h3>Affiliate Program</h3>
<p>คือ โปรแกรมการเป็นตัวแทนขายโฆษณาสินค้าหรือบริการ ให้กับบริษัทต่างๆ ที่เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่าย โดยที่ผู้เป็นตัวแทนขายจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าตอบแทน</p>
<p>การจ่ายค่าตอบแทนมีหลายรูปแบบ แล้วแต่ข้อตกลงของบริษัท เช่น</p>
<p>1. PPC หรือ Pay Per Click จ่ายตามจำนวนการคลิกแบนเนอร์โฆษณา บริษัทที่เราเป็นตัวแทนจะให้เรานำ แบนเนอร์โฆษณาไปติดที่เว็บไซต์ของเรา แล้วเราจะได้ค่าตอบแทนเมื่อผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ click ที่แบนเนอร์ ที่โด่งดังมากก็คือ Google Adsense <a href="https://www.google.com/adsense/login/th" target="_blank">https://www.google.com/adsense/login/th</a></p>
<p>2. PPM หรือ Pay Per Impression หมายถึง จ่ายตามจำนวนคนเห็นโฆษณา เช่น บริษัทผู้ลงโฆษณาจะให้เงินเราเป็นจำนวนหนึ่งจากการที่เราแสดงแบนเนอร์ครบ 1,000 ครั้ง</p>
<p>3. PPL หรือ Pay Per Lead   หมายถึง จ่ายตามจำนวนการแนะนำ เพียงเราแนะนำผู้ชมเว็บไซต์ของเราสมัครสมาชิก, กรอกแบบสอบถาม, ทดลองใช้สินค้า หรือให้ข้อมูลไว้กับผู้ลงโฆษณา หรืออะไรก็ตาม ซึ่งปกติแล้วบริษัทต่าง ๆ จะจ่ายให้ตามรายชื่อที่สมัคร</p>
<p>4. PPS หรือ Pay Per Sale หมายถึง จ่ายตามจำนวนการซื้อสินค้า/บริการ เราจะได้รับค่าตอบแทน ต่อเมื่อเราช่วยบริษัทที่เราเป็นตัวแทนอยู่ขายสินค้าหรือบริการได้ เช่น amazon.com</p>
<p>ในการทำธุรกิจออนไลน์นั้น เราไม่จำเป็นจะต้องมีสินค้าเป็นของตัวเอง แต่ต้องช่วยให้บริษัทที่เราเป็นตัวแทนอยู่ขายสินค้าได้ ซึ่งเราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีทำการตลาด (Affiliate Marketing) ที่ถูกต้องเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้เป็นกอบเป็นกำ</p>
<p><span style="color: #ffffff;"><strong>.</strong></span></p>
<h3>Affiliate Network Provider</h3>
<p>คือ ผู้ที่รวบรวม Affiliate Programs จากผู้ลงโฆษณาหลายๆ บริษัท ที่ต้องการโปรโมทขายสินค้าและบริการ เช่น</p>
<p><a href="http://www.cj.com" target="_blank">http://www.cj.com</a></p>
<p><a href="http://www.amazon.com" target="_blank">http://www.amazon.com</a></p>
<p><a href="http://www.linkshare.com" target="_blank">http://www.linkshare.com</a></p>
<p><a href="http://www.clickbank.com" target="_blank">http://www.clickbank.com</a></p>
<p>เมื่อเราสมัครเป็นสมาชิกตัวแทนในเว็บไซต์ของ Affiliate Network Provider แล้ว จะมีสินค้าหรือบริการของบริษัทต่างๆ ให้เราเลือกมาทำการตลาดให้ได้ตามความต้องการของเราเอง ซึ่งมีให้เลือกมากมาย แตส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเว็บไซต์ของเราเป็นภาษาไทยก็อาจจะลำบากหน่อย</p>
<p>ปัจจุบันบริษัทคนไทยหลายแห่งได้หันมารับสมัครตัวแทนจำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์กันมาก จะรวบรวมให้ในบทความต่อไปค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/affiliate-program/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>JavaScript คืออะไร</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/javascript-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/javascript-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2009 08:24:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[JavaScript]]></category>
		<category><![CDATA[Scripting Language]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=796</guid>
		<description><![CDATA[JavaScript คืออะไร by enjoyday.net JavaScript หน้าเว็บเพจที่สร้างด้วยภาษา HTML/XHTML เพียงอย่างเดียว จะทำได้แค่เพียงจัดรูปแบบการแสดงผลให้สวยงาม แต่ไม่สามารถสร้างลูกเล่นต่างๆ ได้  เราจึงต้องอาศัย JavaScript เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเว็บเพจ ^^ . JavaScript เป็นภาษา script ที่ใช้งานบนเว็บเพจต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้เว็บเพจสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ดีขึ้น   มักใช้ JavaScript เขียนเป็นฟังก์ชั่นสำหรับใช้งานต่างๆ เช่น ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในแบบฟอร์ม, ตรวจสอบชนิดและรุ่นของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์, สร้างไฟล์ cookie, สร้างลูกเล่นต่างๆ เช่น ปฏิทิน, หิมะตก เป็นต้น . JavaScript เป็นภาษาประเภท Interpreted Language ไม่ต้องมีการ compile ก่อน กล่าวคือ คอมพิวเตอร์จะแปลและทำงานตามคำสั่งแบบทีละบรรทัด JavaScript เป็น Client-side Script  ซึ่งจะประมวลผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ เช่น IE (version 3 ขึ้นไป), Netscape (version [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>JavaScript คืออะไร</h3>
<p>by <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
<h4>JavaScript</h4>
<p>หน้าเว็บเพจที่สร้างด้วยภาษา HTML/XHTML เพียงอย่างเดียว จะทำได้แค่เพียงจัดรูปแบบการแสดงผลให้สวยงาม แต่ไม่สามารถสร้างลูกเล่นต่างๆ ได้  เราจึงต้องอาศัย JavaScript เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเว็บเพจ ^^</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>JavaScript เป็นภาษา script ที่ใช้งานบนเว็บเพจต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้เว็บเพจสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ดีขึ้น   มักใช้ JavaScript เขียนเป็นฟังก์ชั่นสำหรับใช้งานต่างๆ เช่น ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในแบบฟอร์ม, ตรวจสอบชนิดและรุ่นของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์, สร้างไฟล์ cookie, สร้างลูกเล่นต่างๆ เช่น ปฏิทิน, หิมะตก เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>JavaScript เป็นภาษาประเภท Interpreted Language ไม่ต้องมีการ compile ก่อน กล่าวคือ คอมพิวเตอร์จะแปลและทำงานตามคำสั่งแบบทีละบรรทัด</p>
<p>JavaScript เป็น Client-side Script  ซึ่งจะประมวลผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ เช่น IE (version 3 ขึ้นไป), Netscape (version 2 ขึ้นไป), Firefox ซึ่งสนับสนุนการทำงานของ JavaScript ดีอยู่แล้ว   การที่ JavaScript ไม่ได้ถูกประมวลผลบนเครื่อง Web Server จะช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานของ server และทำงานได้รวดเร็ว</p>
<p>JavaScript ไม่ใช่ภาษา Java แต่อย่างใด Java เป็นภาษาที่ถูกพัฒนาโดย Sun Microsystems เป็นภาษาประเภท programming สำหรับเขียนโปรแกรมที่สนับสนุนการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP : Object-Oriented Programming) คล้ายกับภาษา C, C++</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span><br />
การใช้งานภาษา JavaScript ควรมีความรู้พื้นฐานในเรื่อง HTML/XHTML มาก่อน เพราะการใช้งาน JavaScript โดยทั่วๆ ไป จะเขียน code คำสั่งต่างๆ แทรกลงไปใน code ของ HTML</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>ตัวอย่าง code JavaScript ที่ใช้งานร่วมกับ code HTML เป็น ปุ่ม back กลับไปหน้าก่อนหน้านี้</p>
<div class="code_box">&lt;input type=&#8221;button&#8221; value=&#8221;Back to Previous Page&#8221; onClick=&#8221;javascript: history.go(-1)&#8221;&gt;</div>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>ตัวอย่าง code JavaScript ที่ใช้งานร่วมกับ code HTML ปุ่ม close หน้าต่างปัจจุบัน</p>
<div class="code_box">&lt;input type=&#8221;button&#8221; value=&#8221;Close Window&#8221; onclick=&#8221;window.close()&#8221;&gt;</div>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span><br />
by <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/javascript-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Computer Language, Programming Language และ Scripting Language</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/computer-language-programming-language-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-scripting-language/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/computer-language-programming-language-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-scripting-language/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2009 16:58:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[Computer Language]]></category>
		<category><![CDATA[Programming Language]]></category>
		<category><![CDATA[Scripting Language]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/2009/04/computer-language-programming-language-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-scripting-language/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้อ่านเจอกระทู้หนึ่งที่ถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องภาษาคอมพิวเตอร์ http://community.thaiware.com/thai/lofiversion/index.php/t287640.html อ่านแล้วอาจจะทำให้มึนได้ ว่า Computer Language, Programming Language และ Scripting Language มัน แตกต่างกันอย่างไร   หลายคนคงเคยได้ยินว่า HTML เป็นภาษาประเภท Markup ไม่ใช่ Programming Language รวมถึง JavaScript, PHP, ASP เป็นแค่ภาษา script ไม่ใช่ Programming Language และอาจจะสงสัยว่ามันมีการจัดประเภทภาษาคอมพิวเตอร์กันอย่างไร ภาษาคอมพิวเตอร์ (Computer Language) หมายถึง ภาษาใดๆ ที่ถูกออกแบบโครงสร้างขึ้นมา เพื่อใช้ในการเขียนคำสั่งหรือชุดคำสั่ง ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษที่มนุษย์เข้าใจ ประกอบด้วยโครงสร้างของภาษา (Structure) รูปแบบไวยากรณ์ (Syntax) และคำศัพท์ต่าง ๆ (Vocabulary หรือ Keyword) เพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามที่เราต้องการ ภาษาคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็นภาษาระดับต่ำและระดับสูง ภาษาระดับต่ำ (low level) เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้อ่านเจอกระทู้หนึ่งที่ถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องภาษาคอมพิวเตอร์<br />
<a href="http://community.thaiware.com/thai/lofiversion/index.php/t287640.html" target="_blank">http://community.thaiware.com/thai/lofiversion/index.php/t287640.html</a></p>
<p>อ่านแล้วอาจจะทำให้มึนได้ ว่า Computer Language, Programming Language และ Scripting Language มัน แตกต่างกันอย่างไร</p>
<p> </p>
<p>หลายคนคงเคยได้ยินว่า HTML เป็นภาษาประเภท Markup ไม่ใช่ Programming Language รวมถึง JavaScript, PHP, ASP เป็นแค่ภาษา script ไม่ใช่ Programming Language และอาจจะสงสัยว่ามันมีการจัดประเภทภาษาคอมพิวเตอร์กันอย่างไร</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ภาษาคอมพิวเตอร์ (Computer Language)</strong> </span>หมายถึง ภาษาใดๆ ที่ถูกออกแบบโครงสร้างขึ้นมา เพื่อใช้ในการเขียนคำสั่งหรือชุดคำสั่ง ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษที่มนุษย์เข้าใจ ประกอบด้วยโครงสร้างของภาษา (Structure) รูปแบบไวยากรณ์ (Syntax) และคำศัพท์ต่าง ๆ (Vocabulary หรือ Keyword) เพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามที่เราต้องการ</p>
<p>ภาษาคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็นภาษาระดับต่ำและระดับสูง</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ภาษาระดับต่ำ (low level)</span> เช่น ภาษาเครื่อง (Machine Language) ที่มีลักษณะการใช้คำสั่งเป็นชุดของตัวเลขฐานสอง คือ 0 กับ 1 และ ภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language) ที่ใช้สัญลักษณ์เป็นอักษรภาษาอังกฤษร่วมกับเลขฐานอื่น ๆ ในการใช้งานจะถูกตัวแปลภาษาแปลงให้เป็นภาษาเครื่องอีกที</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ภาษาระดับสูง (high level)</span> เป็นภาษาที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากภาษาระดับต่ำ เพื่อให้นักเขียนโปรแกรมสามารถเขียนชุดคำสั่งได้ง่ายขึ้น จึงมีการกำหนดสัญลักษณ์การใช้งานคำสั่งเป็นรูปแบบของภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ มีผู้คิดค้นภาษาระดับสูงขึ้นมามากมายหลายภาษา เช่น Fortran, Basic, Cobol, Pascal, C, VB, Delphi, Java เป็นต้น</p>
<p>software ในปัจจุบันจะเขียนด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง โดยโปรแกรมที่เราเขียนจะต้องใช้ตัวแปลภาษา (Translator) แปลเป็นภาษาเครื่องที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ก่อน ซึ่งตัวแปลภาษาระดับสูง มี 2 ชนิด คือ Interpreter และ Compiler</p>
<p><span style="color: #0000ff;">Interpreter </span>เป็นตัวแปลภาษาที่แปลโปรแกรมแบบทีละคำสั่ง ถ้าคำสั่งถูกต้องก็จะแปลให้เป็นภาษาเครื่อง แล้วทำงานตามคำสั่งนั้นทันที แต่ถ้าเขียนคำสั่งไม่ถูกต้องก็จะหยุดแปล และแจ้งให้เราแก้ไขคำสั่งใหม่</p>
<p><span style="color: #0000ff;">Compiler</span> เป็นตัวแปลภาษาที่จะแปลทุกคำสั่งที่อยู่ในโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่องทีเดียวทั้งโปรแกรม โดยทุกคำสั่งจะต้องเขียนอย่างถูกต้องทั้งหมด เมื่อแปลเสร็จแล้วจึงทำงานตามคำสั่งในโปรแกรม</p>
<p> </p>
<p>ภาษาคอมพิวเตอร์ยังมีการแบ่งประเภทตามเงื่อนไขอื่นๆ อีก เช่น โครงสร้างของภาษา รูปแบบไวยกรณ์ของภาษา ลักษณะของการแปลภาษา เป็นต้น</p>
<p>- <span style="color: #800080;">ภาษาโปรแกรมมิ่ง (Programming Language)</span> หมายถึง ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง ได้แก่ ภาษา Pascal, C, VB, Java โดยที่แต่ละภาษาจะมีโครงสร้างของภาษา รูปแบบไวยากรณ์ และคำศัพท์ที่ไม่เหมือนกัน แต่หลักการของภาษาจะเหมือนกัน คือจะมีเรื่องตัวแปรชนิดต่างๆ, คำสั่ง if&#8230;else..,  คำสั่งการวนลูป for หรือ do/while, มีฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ   และมีจุดประสงค์ใช้ในการสร้างโปรแกรมเหมือนกัน เช่น โปรแกรมทางบัญชี, โปรแกรมจัดการทรัพยากรบุคคล, โปรแกรมร้านเช่าหนังสือ เป็นต้น code ที่เขียนโดยใช้ภาษาโปรแกรมมิ่งต่างๆ จะถูกเรียกว่า source code</p>
<p>- <span style="color: #800080;">ภาษา script (Scripting Language) </span>จัดเป็นภาษาโปรแกรมมิ่งชนิดหนึ่ง แต่มีลักษณะที่เรียนรู้ได้ง่ายกว่าภาษาโปรแกรมมิ่งโดยทั่วไป และ code ที่เขียนจะถูกตีความ (Interpreted) แบบแปลและ execute ไปทีละคำสั่ง ผ่าน software พวก Script Engine ที่สนับสนุนภาษา script นั้นๆ</p>
<p>(Scripting Language เป็น interpreted language และต้องอาศัย run บนโปรแกรมอื่น  ในขณะที่ Programming Language เป็น compiled language )</p>
<p>ภาษา script ที่นิยมใช้ในการสร้างเว็บเพจ ยังแบ่งได้เป็น</p>
<p>1) Server-Side Script เช่น PHP, ASP, JSP, CGI เป็นภาษา script ที่ประมวลผลที่ฝั่ง server แล้วส่งผลลัพธ์ไปแสดงผลที่ฝั่ง client ผ่านโปรแกรมเว็บบราวเซอร์</p>
<p>2) Client-Side Script เช่น JavaScript, VBScript, JScript เป็นภาษา script ที่ประมวลผลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยใช้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาการทำงานให้กับเครื่อง web server ได้</p>
<p>ในกรณีที่ต้องการให้แอพพลิเคชันทำงานร่วมกันกับแอพพลิเคชันอื่น เช่น ฐานข้อมูล จะใช้ Server-Side Script ผู้ใช้จะไม่เห็นคำสั่งของ Server-Side Script ส่วนการเขียนคำสั่งแบบ Client-Side Script ที่ผู้อื่นจะเห็นคำสั่งที่เขียนได้ ด้วยการเลือกคำสั่ง view source ในโปรแกรมเว็บเบราเซอร์</p>
<p>- <span style="color: #800080;">ภาษาประเภท Markup </span>เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่แสดงทั้งข้อมูล และรูปแบบการแสดงผลเข้าด้วยกัน ได้แก่ HTML, XHTML, XML</p>
<p>เวลาที่เราได้ยินคำนิยามของภาษา HTML ว่าไม่ใช่ภาษาประเภทโปรแกรมมิ่งนั้น สามารถเข้าใจได้ง่าย เพราะโครงสร้างของภาษา รูปแบบไวยากรณ์ ของภาษา HTML ไม่มีเรื่องตัวแปร ไม่มีคำสั่ง if…else…, for, while สำหรับการเขียนโปรแกรมเลย</p>
<p> </p>
<p>สรุปแล้ว นอกจากภาษาโปรแกรมมิ่ง และ ภาษา script ที่จัดเป็นภาษาคอมพิวเตอร์แล้ว ภาษา Markup เช่น HTML/XHTML, ภาษา style sheet อย่าง CSS, ภาษา SQL สำหรับ query data ในฐานข้อมูล แม้ว่าจะไม่ใช่ภาษาโปรแกรมมิ่ง แต่ก็นับเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งเช่นกัน</p>
<p>by <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday</a></p>
<p> </p>
<p>Reference<br />
<a href="http://www.sby.ac.th/~jiranan/webturboc/language1.html" target="_blank" class="broken_link">http://www.sby.ac.th/~jiranan/webturboc/language1.html</a></p>
<p><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C" target="_blank">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/computer-language-programming-language-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-scripting-language/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>CSS คืออะไร</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/css-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/css-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2009 10:48:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[CSS]]></category>
		<category><![CDATA[DTHML]]></category>
		<category><![CDATA[HTML]]></category>
		<category><![CDATA[XHTML]]></category>
		<category><![CDATA[XML]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=666</guid>
		<description><![CDATA[CSS คืออะไร by enjoyday.net CSS (ย่อมาจาก Cascading Style Sheet) เป็นภาษาที่มีรูปแบบการเขียน Syntax ที่เฉพาะ และถูกกำหนดมาตรฐานโดย W3C เช่นเดียวกับ HTML และ XHTML    ใช้สำหรับตกแต่งเอกสาร HTML หรือ XHTML หรือ XML ให้มีหน้าตา สีสัน ตัวอักษร เส้นขอบ พื้นหลัง ระยะห่าง ฯลฯ อย่างที่เราต้องการ จริงๆ แล้วเราสามารถตกแต่งเอกสาร HTML ด้วยภาษา HTML เอง ซึ่งบางครั้งอาจสะดวกและแสดงผลได้เร็วกว่าการใช้ CSS เสียอีก    แต่การใช้ CSS  ช่วยในการจัดรูปแบบการแสดงผล จะช่วยลดการใช้ภาษา HTML ในการตกแต่งเอกสารเว็บเพจ    ทำให้ code ภายในเอกสาร HTML เหลือเพียงส่วนเนื้อหา ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น การแก้ไขเอกสารก็ทำได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้เราสามารถกำหนดรูปแบบการแสดงผลจากคำสั่ง style sheet [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>CSS คืออะไร</h3>
<p>by <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
<h4>CSS (ย่อมาจาก Cascading Style Sheet)</h4>
<p>เป็นภาษาที่มีรูปแบบการเขียน Syntax ที่เฉพาะ และถูกกำหนดมาตรฐานโดย W3C เช่นเดียวกับ HTML และ XHTML    ใช้สำหรับตกแต่งเอกสาร HTML หรือ XHTML หรือ XML ให้มีหน้าตา สีสัน ตัวอักษร เส้นขอบ พื้นหลัง ระยะห่าง ฯลฯ อย่างที่เราต้องการ</p>
<p>จริงๆ แล้วเราสามารถตกแต่งเอกสาร HTML ด้วยภาษา HTML เอง ซึ่งบางครั้งอาจสะดวกและแสดงผลได้เร็วกว่าการใช้ CSS เสียอีก    แต่การใช้ CSS  ช่วยในการจัดรูปแบบการแสดงผล จะช่วยลดการใช้ภาษา HTML ในการตกแต่งเอกสารเว็บเพจ    ทำให้ code ภายในเอกสาร HTML เหลือเพียงส่วนเนื้อหา ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น การแก้ไขเอกสารก็ทำได้ง่ายและรวดเร็ว</p>
<p>นอกจากนี้เราสามารถกำหนดรูปแบบการแสดงผลจากคำสั่ง style sheet ชุดเดียวกัน ให้มีผลกับเอกสาร HTML ทั้งหน้า หรือทุกหน้าได้    ทำให้เวลาแก้ไขหรือปรับปรุงทำได้ง่าย ไม่ต้องไล่ตามแก้ที่ HTML tag ต่างๆ ทั่วทั้งเอกสาร</p>
<p>CSS กับ HTML / XHTML นั้นทำหน้าที่คนละอย่างกัน โดย HTML /XHTML จะทำหน้าที่ในการวางโครงร่างเอกสารอย่างเป็นรูปแบบ  ถูกต้อง เข้าใจง่าย  ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงผล  ส่วน CSS จะทำหน้าที่ในการตกแต่งเอกสารให้สวยงาม<br />
(เหมือนกับการแยกกันระหว่างส่วน Design กับ Coding)</p>
<p> </p>
<p><strong>ตัวอย่าง</strong> เอกสาร HTML  กรณีที่จัดรูปแบบการแสดงผลด้วยภาษา HTML  เอง</p>
<div class="code_box">&lt;html&gt;<br />
&lt;body&gt;<br />
<span style="color: #800000;"><span style="color: #000080;">&lt;h1&gt;&lt;font color=&quot;red&quot; face=&quot;Arial&quot;&gt;วิธีดูแลรักษาสุขภาพ&lt;/font&gt;&lt;/h1&gt;<br />
&lt;p&gt;&lt;font color=&quot;black&quot; face=&quot;Arial&quot;&gt;&lt;b&gt;รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;</span><br />
</span><span style="color: #800080;">&lt;h1&gt;&lt;font color=&quot;red&quot; face=&quot;Arial&quot;&gt;วิธีกินผลไม้ที่ถูกต้อง&lt;/font&gt;&lt;/h1&gt;<br />
&lt;p&gt;&lt;font color=&quot;black&quot; face=&quot;Arial&quot;&gt;&lt;b&gt;ให้กินผลไม้แค่ทีละอย่าง เช่นจะกินมะม่วงก็มะม่วงอย่างเดียวทั้งมื้อ เพื่อให้ร่างกายจัดเตรียมการย่อยได้ง่าย ไม่สับสน นอกจากนี้ยังไม่ควรกินผลไม้ทันทีหลังอาหาร  ถ้าทานมื้อหลักแล้วควรรออย่างน้อย 20 นาที&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;/p&gt;<br />
</span>&lt;/body&gt;<br />
&lt;/html&gt;</div>
<p><strong>ตัวอย่าง</strong> เอกสาร HTML เมื่อเปลี่ยนมาใช้คำสั่ง style sheet ช่วยจัดรูปแบบการแสดงผลแทน จะช่วยลด code HTML ทำให้ code ดูสะอาดตา อ่านง่ายขึ้น</p>
<div class="code_box">&lt;html&gt;<br />
&lt;body&gt;<br />
&lt;head&gt;<br />
<span style="&quot;color:">&lt;style type=&quot;text/css&quot;&gt;<br />
   h1{color:red; font-family:Arial }<br />
   p{color:black; font-family:Arial; font-weight:bold }<br />
&lt;/style&gt;</span><br />
&lt;/head&gt;<br />
&lt;body&gt;<br />
<span style="color: #000080;">&lt;h1&gt;วิธีดูแลรักษาสุขภาพ&lt;/h1&gt;<br />
&lt;p&gt;รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ&lt;/p&gt;<br />
</span><span style="color: #333399;"><span style="color: #000080;">&lt;h1&gt;วิธีกินผลไม้ที่ถูกต้อง&lt;/h1&gt;</span><br />
<span style="color: #800080;">&lt;p&gt;ให้กินผลไม้แค่ทีละอย่าง เช่นจะกินมะม่วงก็มะม่วงอย่างเดียวทั้งมื้อ เพื่อให้ร่างกายจัดเตรียมการย่อยได้ง่าย ไม่สับสน นอกจากนี้ยังไม่ควรกินผลไม้ทันทีหลังอาหาร<br />
ถ้าทานมื้อหลักแล้วควรรออย่างน้อย 20 นาที&lt;/p&gt;</span><br />
</span>&lt;/body&gt;<br />
&lt;/html&gt;</div>
<p><a href="http://www.enjoyday.net/webtutorial/css/index.html" target="_blank">สนใจบทเรียนออนไลน์สอน CSS คลิกอ่านได้ที่นี่ค่ะ</a></p>
<p>by  <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/css-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>DHTML คืออะไร</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/dhml-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/dhml-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2009 10:41:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[CSS]]></category>
		<category><![CDATA[DTHML]]></category>
		<category><![CDATA[HTML]]></category>
		<category><![CDATA[JavaScript]]></category>
		<category><![CDATA[XHTML]]></category>
		<category><![CDATA[XML]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=663</guid>
		<description><![CDATA[DHTML คืออะไร by enjoyday.net DHTML ( ย่อมาจาก Dynamic HTML) เป็นเทคนิค (ไม่ใช่ภาษา) ที่ช่วยให้การแสดงเว็บเพจน่าสนใจมากขึ้น สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้มากกว่าเว็บเพจในรูปแบบ HTML ปกติ  โดยไม่ต้องติดต่อกับ Web Server ตลอดเวลา วิธีการสร้างเเว็บเพจแบบ DHTML จะอาศัยเทคโนโลยีในการสร้างเว็บเพจหลายๆ ตัว เช่น JavaScript, VB Script, ActiveX Control , Document Object Model , CSS และเทคโนโลยีอื่นๆ ตัวอย่าง DHTML ที่ทำให้เราสามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับเว็บเพจได้ เช่น การทำ drop down menu, การเปลี่ยนรูปภาพแบบอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องคลิก, การทำหิมะตกในหน้าเว็บ, การทำภาพสไลด์, การทำข้อความวิ่งตาม mouse เป็นต้น ข้อควรระวังในการใช้ DHTML เนื่องจากการทำงานของ DHTML จะประมวลผลบนเครื่องของผู้ใช้เอง หากเราใส่ลูกเล่น DHTML ต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>DHTML คืออะไร</h3>
<p>by <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
<h4>DHTML ( ย่อมาจาก Dynamic HTML)</h4>
<p>เป็นเทคนิค (ไม่ใช่ภาษา) ที่ช่วยให้การแสดงเว็บเพจน่าสนใจมากขึ้น สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้มากกว่าเว็บเพจในรูปแบบ HTML ปกติ  โดยไม่ต้องติดต่อกับ Web Server ตลอดเวลา</p>
<p>วิธีการสร้างเเว็บเพจแบบ DHTML จะอาศัยเทคโนโลยีในการสร้างเว็บเพจหลายๆ ตัว เช่น JavaScript, VB Script, ActiveX Control , Document Object Model , CSS และเทคโนโลยีอื่นๆ</p>
<p>ตัวอย่าง DHTML ที่ทำให้เราสามารถเพิ่มลูกเล่นให้กับเว็บเพจได้ เช่น<br />
การทำ drop down menu, การเปลี่ยนรูปภาพแบบอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องคลิก, การทำหิมะตกในหน้าเว็บ, การทำภาพสไลด์, การทำข้อความวิ่งตาม mouse เป็นต้น</p>
<p>ข้อควรระวังในการใช้ DHTML<br />
เนื่องจากการทำงานของ DHTML จะประมวลผลบนเครื่องของผู้ใช้เอง หากเราใส่ลูกเล่น DHTML ต่างๆ ในเว็บเพจมากเกินไป   อาจจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ทำงานช้าลงได้  หรือบางครั้งก็สร้างความรำคาญได้</p>
<p>by <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/dhml-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>XHML คืออะไร</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/xhml-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/xhml-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2009 10:28:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[CSS]]></category>
		<category><![CDATA[DTHML]]></category>
		<category><![CDATA[HTML]]></category>
		<category><![CDATA[XHTML]]></category>
		<category><![CDATA[XML]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=654</guid>
		<description><![CDATA[XHTML คืออะไร by enjoyday.net XHTML  (ย่อมาจาก Extensible HyperText Markup Language) XHTML เป็นภาษาประเภท Markup Language ที่เกิดจากการนำ XML และ HTML มารวมกัน  กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ HTML     คำสั่งต่างๆ นั้นก็ยังเหมือนกับ HTML แต่มีความเข้มงวดในเรื่องโครงสร้างภาษามากกว่า และมีการตัด tag และ attribute ที่ล้าสมัยออกไป   จากข้อเสียของ HTML ที่เมื่อแสดงผลผ่านบราวเซอร์ของค่ายต่างๆ เช่น Internet Explorer, Firefox, Netscape, Opera และอื่นๆ  ได้ผลที่แตกต่างกัน  เว็บเพจที่ออกแบบมาอย่างดีของเรา อาจดูสวยงามถูกต้องใน IE แต่กลับผิดเพี้ยนไปเมื่อดูด้วย Firefox องค์กร W3C จึงได้นำ HTML 4.0 มาปรับปรุงใหม่ โดยยึดหลักการของ XML และได้เพิ่มกฎเกณฑ์บางอย่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>XHTML คืออะไร</h3>
<p>by <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
<h4>XHTML  (ย่อมาจาก Extensible HyperText Markup Language)</h4>
<p>XHTML เป็นภาษาประเภท Markup Language ที่เกิดจากการนำ XML และ HTML มารวมกัน  กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ HTML     คำสั่งต่างๆ นั้นก็ยังเหมือนกับ HTML แต่มีความเข้มงวดในเรื่องโครงสร้างภาษามากกว่า และมีการตัด tag และ attribute ที่ล้าสมัยออกไป<br />
 <br />
จากข้อเสียของ HTML ที่เมื่อแสดงผลผ่านบราวเซอร์ของค่ายต่างๆ เช่น Internet Explorer, Firefox, Netscape, Opera และอื่นๆ  ได้ผลที่แตกต่างกัน  เว็บเพจที่ออกแบบมาอย่างดีของเรา อาจดูสวยงามถูกต้องใน IE แต่กลับผิดเพี้ยนไปเมื่อดูด้วย Firefox</p>
<p>องค์กร W3C จึงได้นำ HTML 4.0 มาปรับปรุงใหม่ โดยยึดหลักการของ XML และได้เพิ่มกฎเกณฑ์บางอย่าง เพื่อให้การใช้งานมีความเข้มงวด และเป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น   ซึ่งจะเป็นแนวทางให้บราวเซอร์ค่ายต่างๆ พัฒนาโปรแกรมเว็บราวเซอร์โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน รวมไปถึงเว็บบราวเซอร์ที่ติดตั้งบน Platforms ต่างๆ เช่น PDA โทรศัพท์มือถือ ด้วย</p>
<p>ดังนั้น ต่อไปไม่ว่าจะแสดงเว็บเพจของเราในบราวเซอร์ค่ายใด ก็สามารถแสดงผลได้เหมือนกัน อย่างถูกต้อง    และการใช้งานอินเตอร์เน็ต จะไม่จำกัดอยู่แค่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่สามารถขยายการใช้งานออกไปได้กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ</p>
<p>การเขียน code แบบ XHTML จะทำให้ได้ code ที่สะอาด เรียบง่าย <br />
การระบุ tag ต่างๆ ได้ถูกต้องตามมาตฐานของ W3C  ยังจะช่วยทำให้ Search Engine เช่น google, yahoo เข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บของเราได้ง่ายอีกด้วย    ทั้งนี้เพราะเอกสาร XHTML มีโครงสร้างที่เข้าใจง่าย และแยกส่วนเนื้อหากับการตกแต่งเอกสารอย่างชัดเจน</p>
<p><strong>ตัวอย่าง</strong> เอกสาร XHTML อย่างง่ายที่สุด<br />
(ต้องมีการประกาศ doctype และมี tag &lt;html&gt;, &lt;head&gt;, &lt;title&gt; และ &lt;body&gt; ครบถ้วน)</p>
<div class="code_box">
&lt;!DOCTYPE html PUBLIC &quot;-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN&quot;<br />
&quot;http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd&quot;&gt;<br />
&lt;html&gt;<br />
&lt;head&gt;<br />
&lt;title&gt;XHTML คืออะไร&lt;/title&gt;<br />
&lt;/head&gt;<br />
&lt;body&gt;<br />
&lt;p&gt;XHTML เป็นภาษาประเภท Markup Language ที่เกิดจากการนำ XML และ HTML มารวมกัน  กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ HTML &lt;/p&gt;<br />
&lt;/body&gt;<br />
&lt;/html&gt;
</div>
<p><a href="http://www.enjoyday.net/webtutorial/xhtml/index.html" target="_blank">สนใจบทเรียนออนไลน์สอน XHTML คลิกอ่านได้ที่นี่ค่ะ (ควรจะมีพื้นฐาน HTML และ CSS มาก่อน)</a></p>
<p>by  <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/xhml-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>XML คืออะไร</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/04/xml-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/04/xml-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2009 10:19:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[CSS]]></category>
		<category><![CDATA[DTHML]]></category>
		<category><![CDATA[HTML]]></category>
		<category><![CDATA[XHTML]]></category>
		<category><![CDATA[XML]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=647</guid>
		<description><![CDATA[XML คืออะไร by enjoyday.net XML (ย่อมาจาก eXtensible Markup Language) เป็นภาษาที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นภาษากลางสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน XML เหมาะกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เนื่องจาก XML ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโปรแกรมประยุกต์หรือระบบปฏิบัติการใด ภาษา XML ไม่ใช่เวอร์ชั่นใหม่ หรือส่วนขยายของ HTML และก็ไม่ใช่ภาษา XHTML ด้วย HTML ถูกออกแบบมาให้เน้นการแสดงผลข้อมูล เช่น ให้ข้อความเป็นตัวหนา ตัวเอียง โดยที่ไม่รู้ว่าข้อมูลนั้นคือข้อมูลอะไร ส่วน XML จะรู้ว่าข้อมูลนั้นคือข้อมูลอะไร แต่จะไม่ได้มีหน้าที่จัดตกแต่งเอกสารให้สวยงาม การแสดงผลจะให้ภาษาอื่นทำหน้าที่แทน ภาษา XML มีโครงสร้างประกอบไปด้วย tag ต่างๆ เช่นเดียวกับ HTML  แต่แตกต่างที่เราสามารถสร้าง tag ขึ้นมาใช้งานเองได้    tag ที่เราสร้างจะเป็นมาตรฐานในตัวมันเอง ซึ่งภาษาอื่นๆ จะสามารถเรียกใช้งาน tag ของเราได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น  ASP, PHP, VB เป็นต้น ตัวอย่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>XML คืออะไร</h3>
<p>by <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
<h4>XML (ย่อมาจาก eXtensible Markup Language)</h4>
<p>เป็นภาษาที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นภาษากลางสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน<br />
XML เหมาะกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เนื่องจาก XML ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโปรแกรมประยุกต์หรือระบบปฏิบัติการใด</p>
<p>ภาษา XML ไม่ใช่เวอร์ชั่นใหม่ หรือส่วนขยายของ HTML และก็ไม่ใช่ภาษา XHTML ด้วย<br />
HTML ถูกออกแบบมาให้เน้นการแสดงผลข้อมูล เช่น ให้ข้อความเป็นตัวหนา ตัวเอียง โดยที่ไม่รู้ว่าข้อมูลนั้นคือข้อมูลอะไร</p>
<p>ส่วน XML จะรู้ว่าข้อมูลนั้นคือข้อมูลอะไร แต่จะไม่ได้มีหน้าที่จัดตกแต่งเอกสารให้สวยงาม การแสดงผลจะให้ภาษาอื่นทำหน้าที่แทน</p>
<p>ภาษา XML มีโครงสร้างประกอบไปด้วย tag ต่างๆ เช่นเดียวกับ HTML  แต่แตกต่างที่เราสามารถสร้าง tag ขึ้นมาใช้งานเองได้    tag ที่เราสร้างจะเป็นมาตรฐานในตัวมันเอง ซึ่งภาษาอื่นๆ จะสามารถเรียกใช้งาน tag ของเราได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น  ASP, PHP, VB เป็นต้น</p>
<p><strong>ตัวอย่าง</strong> เอกสาร XML</p>
<div class="code_box">
&lt;?xml version=&quot;1.0&quot; encoding=&quot;windows-874&quot;?&gt;<br />
&lt;customer&gt;<br />
  &lt;id&gt;001&lt;/id&gt;<br />
  &lt;name&gt;ABC&lt;/name&gt;<br />
  &lt;address&gt;Bangkok&lt;/address&gt;<br />
  &lt;tel&gt;021234567&lt;/tel&gt;<br />
&lt;/customer&gt;<br />
&lt;customer&gt;<br />
  &lt;id&gt;002&lt;/id&gt;<br />
  &lt;name&gt;TMC&lt;/name&gt;<br />
  &lt;address&gt;Chonburi&lt;/address&gt;<br />
  &lt;tel&gt;038123456&lt;/tel&gt;<br />
&lt;/customer&gt;
</div>
<p>การใช้งาน XML จำเป็นต้องใช้ร่วมกับ HTML หรือ CSS หรือมาตรฐานอื่น ๆ  เพื่อนำข้อมูลในเอกสาร XML มาแสดง  เพราะ XML เพียงแต่กำหนดรูปแบบของ tag เท่านั้น ไม่ได้กำหนดว่า tag จะแสดงผลแบบใด</p>
<p>ผลที่ได้จากการใช้ XML ร่วมกับ HTML อาจเป็น<br />
ID | Name | Address | Tel<br />
001 | ABC | Bangkok | 021234567<br />
002 | TMC| Chonburi | 038123456</p>
<p>ข้อควรระวังคือ เอกสาร XML นั้นจะมีข้อผิดพลาดไม่ได้เลย หากเราลืมพิมพ์ tag ปิด หรือพิมพ์ tag เปิด กับ tag ปิดไม่เหมือนกันมันจะไม่แสดงผลเลย</p>
<p>by <a href="http://www.enjoyday.net" target="_blank">enjoyday.net</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/04/xml-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->