<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Enjoyday.net &#187; 2. เลือก Web hosting และจด Domain name</title>
	<atom:link href="http://www.enjoyday.net/category/how-to-create-a-website/web-hosting-domain-name/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.enjoyday.net</link>
	<description>แนะนำการสร้างเว็บไซต์ สอนทำเว็บตั้งแต่พื้นฐาน สอน HTML,CSS, XHTML แนะนำการใช้งาน Wordpress &#38; Joomla!</description>
	<lastBuildDate>Sat, 12 Mar 2011 13:04:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>2.4 การตั้งชื่อ Domain name ที่ดี</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/check-domain-name.html</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/check-domain-name.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Mar 2009 18:21:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[2. เลือก Web hosting และจด Domain name]]></category>
		<category><![CDATA[domain name]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=507</guid>
		<description><![CDATA[การตั้งชื่อ Domain name ที่ดี Domain Name เปรียบเสมือนชื่อของเรา เป็นชื่อที่ใช้อ้างอิงมายังเว็บไซต์ของเรา ดังนั้นจึงมีความสำคัญมาก การเลือก Domain name ที่ดีจะเป็นส่วนช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีชื่อเสียงได้ง่ายขึ้น   . Domain Name ที่ดี สั้น, จำง่าย, พิมพ์ง่าย เช่น yahoo.com, sanook.com, hi5.com ชื่อเป็น keyword ของเนื้อหาในเว็บไซต์ แค่เห็นชื่อเว็บก็รู้ว่าเป็นเว็บเกี่ยวกับอะไร เช่น tourthai.com, chulabook.com, hotelsthailand.com แบบนี้จะมีผลดีทาง SEO ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาในเว็บ Search Engine ได้ง่ายค่ะ ไม่ควรใช้ขีดคั่น เพราะทำให้พิมพ์ยุ่งยากขึ้น และ website ส่วนใหญ่ไม่ใช้กัน ทำให้นานๆ ทีเข้าอาจจำไม่ได้ว่าต้องมี ขีด ด้วย อ่านง่าย เพื่อให้ง่ายต่อการบอกต่อ เช่น enjoyday.net (ไม่โฆษณาตัวเองเท่าไหร่เลย)   ถ้าไม่มีชื่ออยู่ในใจแล้ว อาจใช้เวลาคิดนานพอสมควรเลยค่ะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>การตั้งชื่อ Domain name ที่ดี</h3>
<p>Domain Name เปรียบเสมือนชื่อของเรา เป็นชื่อที่ใช้อ้างอิงมายังเว็บไซต์ของเรา ดังนั้นจึงมีความสำคัญมาก การเลือก Domain name ที่ดีจะเป็นส่วนช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีชื่อเสียงได้ง่ายขึ้น   <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/11.gif' alt=':อืม:' class='wp-smiley' /><br />
<span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<h4>Domain Name ที่ดี</h4>
<ul>
<li>สั้น, จำง่าย, พิมพ์ง่าย เช่น yahoo.com, sanook.com, hi5.com</li>
<li>ชื่อเป็น keyword ของเนื้อหาในเว็บไซต์ แค่เห็นชื่อเว็บก็รู้ว่าเป็นเว็บเกี่ยวกับอะไร เช่น tourthai.com, chulabook.com, hotelsthailand.com แบบนี้จะมีผลดีทาง SEO ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาในเว็บ Search Engine ได้ง่ายค่ะ</li>
<li>ไม่ควรใช้ขีดคั่น เพราะทำให้พิมพ์ยุ่งยากขึ้น และ website ส่วนใหญ่ไม่ใช้กัน ทำให้นานๆ ทีเข้าอาจจำไม่ได้ว่าต้องมี ขีด ด้วย
<li>อ่านง่าย เพื่อให้ง่ายต่อการบอกต่อ เช่น enjoyday.net (ไม่โฆษณาตัวเองเท่าไหร่เลย)</li>
</ul>
<p> </p>
<p>ถ้าไม่มีชื่ออยู่ในใจแล้ว อาจใช้เวลาคิดนานพอสมควรเลยค่ะ  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/37.gif' alt=':ก่งก๊ง:' class='wp-smiley' /><br />
ต้องคิดให้ดีนะคะ เพราะต้องเสียค่าจด domain name เป็นรายปี<br />
และพอคนรู้จักเว็บของเราแล้ว ถึงอยากเปลี่ยนชื่อใหม่ก็ไม่กล้าเปลี่ยนแล้วล่ะค่ะ</p>
<p>เมื่อคิดชื่อได้แล้ว ให้ตรวจชื่อเว็บไซต์ (domain name) ก่อนว่าไม่ซ้ำกับคนอื่น<br />
ลองตรวจที่นี่ได้เลยค่ะ</p>
<form action="http://www.enjoyday.net/whois/topdog_whois.php" enctype="application/x-www-form-urlencoded" method="post">
<input style="border:1px solid #000" name="domain" type="text" />
<select multiple="0" name="ext" size="1">
<option selected="selected" value="com">.com</option>
<option value="net">.net</option>
<option value="org">.org</option>
<option value="co.ug">.co.ug</option>
<option value="ac.ug">.ac.ug</option>
<option value="or.ug">.or.ug</option>
<option value="sc.ug">.sc.ug</option>
<option value="ne.ug">.ne.ug</option>
<option value="co.za">.co.za</option>
<option value="co.uk">.co.uk</option>
<option value="info">.info</option>
<option value="biz">.biz</option>
<option value="ro">.ro</option>
<option value="de">.de</option>
<option value="in">.in</option>
</select>
<input name="option" type="hidden" value="check" />
<input style="border:1px solid #000" type="submit" value="check it" />
</form>
<p>หรือไปที่<br />
<a href="http://www.whois.net" target="_blank">http://www.whois.net</a><br />
<a href="http://www.ireallyhost.com/whois/index.php" target="_blank">http://www.ireallyhost.com/whois/index.php</a><br />
<a href="http://user.ezyplaces.com/cgi-bin/checkdomain/domain.cgi" target="_blank">http://user.ezyplaces.com/cgi-bin/checkdomain/domain.cgi</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/check-domain-name.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2.3 การจด Domain name</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/domain-name.html</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/domain-name.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Mar 2009 18:17:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[2. เลือก Web hosting และจด Domain name]]></category>
		<category><![CDATA[domain name]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=504</guid>
		<description><![CDATA[การจด Domain name Domain name ก็คือชื่อเว็บไซต์ ที่ประกอบด้วยชื่อ และนามสกุล เช่น enjoyday.net, google.com เป็นต้น เราสามารถที่จะจด Domain name เป็นของตนเองได้ โดยต้องไม่ซ้ำกับคนอื่น Sub Domain คือ เว็บย่อยของเว็บไซต์ของเราอีกที โดยปกติถ้ามี Domain หลักแล้ว เช่น www.enjoyday.net และเราทำธุรกิจหลายประเภท หรือว่ามีเนื้อหาหลายประเภท เราสามารถทำ Sub Domain เพิ่มเป็น www.blog.enjoyday.net, www.webtutorial.enjoyday.net แยกตามประเภทเนื้อหาได้ค่ะ   อักระที่ใช้ได้ใน Domain name สามารถใช้ตัวอักษรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ ขีดคั่น &#8211; ได้ มีความยาวไม่เกิน 63 ตัวอักษร ตัวอักษรตัวใหญ่ A-Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก ถือว่าเหมือนกัน ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>การจด Domain name</h3>
<p>Domain name ก็คือชื่อเว็บไซต์ ที่ประกอบด้วยชื่อ และนามสกุล เช่น enjoyday.net, google.com เป็นต้น เราสามารถที่จะจด Domain name เป็นของตนเองได้ โดยต้องไม่ซ้ำกับคนอื่น</p>
<p>Sub Domain คือ เว็บย่อยของเว็บไซต์ของเราอีกที โดยปกติถ้ามี Domain หลักแล้ว เช่น www.enjoyday.net และเราทำธุรกิจหลายประเภท หรือว่ามีเนื้อหาหลายประเภท เราสามารถทำ Sub Domain เพิ่มเป็น www.blog.enjoyday.net, www.webtutorial.enjoyday.net แยกตามประเภทเนื้อหาได้ค่ะ</p>
<p> </p>
<h4>อักระที่ใช้ได้ใน Domain name</h4>
<ul>
<li>สามารถใช้ตัวอักษรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ ขีดคั่น &#8211; ได้</li>
<li>มีความยาวไม่เกิน 63 ตัวอักษร</li>
<li>ตัวอักษรตัวใหญ่ A-Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก ถือว่าเหมือนกัน</li>
<li>ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข</li>
<li>ไม่ขึ้นต้นหรือลงท้ายด้วยเครื่องหมาย &#8211; และต้องไม่มี ช่องว่าง</li>
</ul>
<p> </p>
<h4>ประเภทของ Domain name</h4>
<p>แบ่งได้เป็น 2 ประเภท<br />
1. domain 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น enjoyday.net<br />
2. domain 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น kmitl.ac.th</p>
<h4><span style="color: #ffffff;">.</span></h4>
<h4>การจดทะเบียนโดเมน</h4>
<p>แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ<br />
<span style="color: #3366ff;"><span style="color: #333399;">1. การจดทะเบียนโดเมนภายในประเทศ</span> </span>จะได้นามสกุล เป็น<br />
.co.th ใช้กับ บริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป ต้องจดเป็นชื่อ หรือชื่อย่อของบริษัท ซึ่งได้จดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์ การจดทะเบียนต้องใช้สำเนาใบทะเบียนการค้า หรือสำเนาใบรับรอง หรือสำเนาใบ ภ.พ. 20 เป็นหลักฐานการจดทะเบียน</p>
<p>.or.th ใช้กับ ส่วนราชการ ต้องจดเป็นชื่อ หรือชื่อย่อขององค์กร ต้องใช้สำเนาเอกสารทางราชการเป็นหลักฐานการจดทะเบียน</p>
<p>.ac.th ใช้กับ สถานศึกษา ต้องจดเป็นชื่อ หรือชื่อย่อของสถานศึกษา ต้องใช้สำเนาเอกสารการขออนุญาตก่อตั้งสถานศึกษาเป็นหลักฐานการจดทะเบียน</p>
<p>.in.th ใช้กับ บุคคลธรรมดาโดยทั่วไป ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาใบขับขี่เป็นหลักฐานการจดทะเบียน</p>
<p>.go.th ใช้กับ ส่วนราชการของประเทศไทย โดยปกติจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่<br />
.net.th ใช้กับ บริษัทที่เกี่ยวกับระบบ Network หรือ ISP (ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต) ในประเทศไทย</p>
<p> </p>
<p><span style="color: #333399;">2. การจดทะเบียนโดเมนต่างประเทศ</span> จะได้นามสกุลเป็น<br />
.com ใช้กับ บริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป รวมทั้ง website ส่วนตัว</p>
<p>.net ใช้กับ องค์กรเกี่ยวกับระบบ network หรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต แต่บางครั้งก็นำไปใช้ด้านอื่นด้วย</p>
<p>.org ใช้กับ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร</p>
<p>.edu ใช้กับ สถาบันการศึกษา</p>
<p>.biz ใช้กับ ธุรกิจโดยทั่วไป</p>
<p>.info ใช้กับ เว็บไซต์ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ</p>
<p>.ws .to .tv .cc .st เป็นนามสกุลของ domain name บางประเทศ แต่นำมาเปิดให้คนทั่วไปจะทะเบียนได้ เช่น .tv นิยมจดสำหรับ website ของสื่อโฆษณาต่างๆ โดยเฉพาะสื่อทางด้านภาพและเสียง</p>
<p>จะเห็นว่า ทุกวันนี้ website ต่างๆ ไม่ได้เคร่งครัดใช้นามสกุลตามประเภทการใช้งานกันนัก นามสกุล ที่เป็นที่นิยมคือ .com, .net และ .org</p>
<p>เราสามารถจด Domain name โดยแจ้งกับผู้ให้บริการ Web Hosting ของเรา ให้ทำการจดให้ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/domain-name.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2.2 หลักการเลือก Web Hosting</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/select-web-hosting.html</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/select-web-hosting.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Mar 2009 17:50:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[2. เลือก Web hosting และจด Domain name]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=407</guid>
		<description><![CDATA[หลักการเลือก Web Hosting ให้เริ่มต้นจากการพิจารณาความต้องการของเว็บไซต์เราก่อน กลุ่มผู้ชมเว็บไซต์เป็นใคร อยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ หากเป็นผู้ชมในประเทศ ก็ควรเลือก Hosting ที่ตั้งอยู่ในประเทศ แต่หากเป็นผู้ชมในต่างประเทศ ก็ควรเลือก Hosting ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว เว็บไซต์ของเราประกอบด้วยข้อมูลมากน้อยแค่ไหน ถ้าต้องเก็บรูปภาพ ไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ จำนวนมาก หรือให้บริการดาวน์โหลด ก็จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก และ ปริมาณรับส่งข้อมูล Data Transfer (Bandwidth) ก็อาจจะมากตาม เว็บไซต์มีการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูล เช่น webboard, blog หรือไม่ แล้วจะใช้ภาษา Server Side Script ตัวไหนในการเขียนโปรแกรม เช่น Perl, ASP, ASP.NET,PHP, JSP    Web Hosting ส่วนใหญ่จะสนับสนุน PHP อยู่แล้ว (Linux Server) แต่อาจจะไม่สนับสนุน ASP, ASP.NET  และค่าเช่า Host ที่สนับสนุน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>หลักการเลือก Web Hosting</h3>
<p>ให้เริ่มต้นจากการพิจารณาความต้องการของเว็บไซต์เราก่อน</p>
<ol>
<li>กลุ่มผู้ชมเว็บไซต์เป็นใคร อยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ หากเป็นผู้ชมในประเทศ ก็ควรเลือก Hosting ที่ตั้งอยู่ในประเทศ แต่หากเป็นผู้ชมในต่างประเทศ ก็ควรเลือก Hosting ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว</li>
<li>เว็บไซต์ของเราประกอบด้วยข้อมูลมากน้อยแค่ไหน ถ้าต้องเก็บรูปภาพ ไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ จำนวนมาก หรือให้บริการดาวน์โหลด ก็จำเป็นต้องใช้<strong>พื้นที่</strong>มาก และ <strong>ปริมาณรับส่งข้อมูล Data Transfer (Bandwidth)</strong> ก็อาจจะมากตาม</li>
<li>เว็บไซต์มีการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูล เช่น webboard, blog หรือไม่ แล้วจะใช้ภาษา Server Side Script ตัวไหนในการเขียนโปรแกรม เช่น Perl, ASP, ASP.NET,PHP, JSP    Web Hosting ส่วนใหญ่จะสนับสนุน PHP อยู่แล้ว (Linux Server) แต่อาจจะไม่สนับสนุน ASP, ASP.NET  และค่าเช่า Host ที่สนับสนุน ASP (Windows Server) จะสูงกว่า   และให้ดูด้วยว่าจำเป็นต้องใช้ฐานข้อมูลกี่ฐาน  เพราะ Web hosting หลายเจ้าจะจำกัด<strong>จำนวนฐานข้อมูล</strong>ที่ใช้ได้เอาไว้</li>
<li>คิดว่าจะมีผู้ชมเข้ามาก เข้าบ่อย หรือเปล่า เผื่อให้ Bandwidth เยอะๆ ไว้ก่อนก็ดีค่ะ</li>
<li>ต้องการใช้บริการ E-mail หรือไม่ และต้องการใช้ประมาณกี่ account</li>
</ol>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>เมื่อทราบแล้วว่าเราต้องการเช่า Web Hosting ในประเทศหรือต่างประเทศ, พื้นที่ขนาดเท่าไร, ปริมาณการรับส่งข้อมูลมากหรือน้อย, จำนวนฐานข้อมูลที่ต้องการใช้, ต้องการให้สนับสนุนภาษา Script ตัวไหนบ้าง, จำนวน E-mail ที่ต้องการใช้  รวมถึงอยากให้มีระบบ Support อื่นๆ เป็นพิเศษหรือเปล่าแล้ว ก็มาเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting ที่สามารถตอบสนองความต้องการข้างต้นของเราได้  และก็พิจารณาปัจจัยอื่นๆ อีก ได้แก่</p>
<ol>
<li>บริษัทของผู้ให้บริการมีความมั่นคง จดทะเบียนถูกต้อง ดำเนินงานธุรกิจมาสักระยะแล้ว มีที่อยู่ Office และเบอร์โทรศัพท์ ที่ติดต่อได้จริง</li>
<li>ราคาเหมาะสม ถ้าหากเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการเจ้าอื่นๆ แล้วราคาถูกมาก เป็นไปได้ว่าผู้ให้บริการรายนั้นอาจใส่จำนวนเว็บไซต์ต่อเครื่อง Server มากเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้เครื่อง Server ทำงานไม่เสถียรได้   ถ้าเป็นไปได้ควรสอบถามจากผู้ที่เคยใช้ หรือกำลังใช้บริการกับ Web Hosing เจ้านั้นอยู่ก่อน</li>
<li>ใช้เครื่อง Server ที่มีประสิทธิภาพมาเป็น Host ให้ตรวจสอบจาก สเป็ค CPU, RAM, Hardisk ว่าเป็นอย่างไร</li>
<li>จำนวนเว็บไซต์ที่ใส่ ต่อเครื่อง Server ที่ให้บริการ มีความเหมาะสม</li>
<li>ระบบ Network มีประสิทธิภาพสูง Web Hosting ที่ดีต้องมีความสามารถในการส่งข้อมูลได้รวดเร็ว หาก Hosting ตั้งอยู่ที่ ISP ที่มีการเชื่อมท่อต่อกับอินเตอร์เน็ตขนาดใหญ่ จะช่วยทำให้การรับ-ส่งข้อมูลจากเว็บไซต์ของเราไปยังกลุ่มผู้ชมเป็นไปอย่างรวดเร็ว</li>
<li>มีระบบ Backup ข้อมูล ถ้าให้ดีควร Backup ให้เราทุกวัน เพื่อป้องกันความผิดพลาดต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับข้อมูล เช่น เผลอลบ ไฟล์ติดไวรัส แล้วเราไม่มี Backup ข้อมูลเก็บไว้ในเครื่อง ก็สามารถที่จะเรียกขอข้อมูลจากผู้ให้บริการได้</li>
<li>ปริมาณข้อมูลที่รับ-ส่งได้ (Bandwidth) ผู้ให้บริการบางเจ้ามีการจำกัดปริมาณข้อมูลที่รับส่งเข้าออกจากเว็บไซต์ แต่บางเจ้าก็ให้ใช้ได้อย่างไม่ได้จำกัด (Unlimited Bandwidth)   ซึ่งหากเราใช้เกินที่กำหนดจะต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม   ถ้าข้อมูลในเว็บเป็นรูปภาพขนาดใหญ่ หรือไฟล์เพลง มีการให้บริการดาวน์โหลด หรือมีผู้ชมจำนวนมากที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บบ่อยๆ เว็บไซต์ของเราก็จะกิน Bandwidth มาก</li>
<li>มีการให้บริการหลังการขายที่ดี ทีมงานมีความเชี่ยวชาญในการช่วย support แก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถติดต่อได้หลายทาง</li>
<li>มีระบบป้องกันไวรัสที่ดี</li>
<li>มี Feature ต่างๆ ครบถ้วน เมื่อเราสมัครใช้บริการของ Web hosting แล้ว จะมีระบบจัดการเว็บไซต์ให้กับเรา (อาจจะเป็น cPanel หรือ DirectAdmin หรือตัวอื่นๆ) สำหรับใช้จัดการเว็บไซต์เรื่องต่างๆ เช่น<br />
- จัดการฐานข้อมูล<br />
- จัดการ File ผ่านหน้าเว็บ ให้เรา upload file ผ่านเว็บได้โดยไม่ต้องใช้โปรแกรม FTP<br />
- จัดการ Email Account<br />
- จัดการ Security<br />
- รายงานข้อมูลการใช้งานพื้นที่<br />
- รายงานข้อมูลการใช้อีเมล์<br />
- สถิติการเข้าชมเว็บไซต์<br />
- บันทึก Log ผู้เข้าชมเว็บไซต์<br />
- มีโปรแกรม Script ให้ติดตั้ง Webboard, CMS ต่างๆ ได้อัตโนมัติ<br />
- และอาจมี Feature เสริม เช่น Web Template, โปรแกรมเปิดร้านขายของ, การ Submit Search Engine เป็นต้น</li>
</ol>
<p>ตัวอย่างหน้าตาระบบจัดการเว็บไซต์ cPanel (user คือ demo, password คือ demo)<br />
<a href="http://demo.cpanel.net:2082/frontend/x/index.html" target="_blank">http://demo.cpanel.net:2082/frontend/x/index.html</a></p>
<p>ค่าบริการ Web Hosting จะมากน้อยขึ้นกับขนาดพื้นที่ที่เช่า และ Feature ต่างๆ ที่มีให้ ลองเปรียบเทียบคุณภาพ และราคาหลายๆ ที่ดูก่อนค่ะ และบางเจ้าถ้าจ่ายเป็นรายปี จะถูกกว่าจ่ายทีละเดือนรวมกัน 12 เดือน</p>
<p>อยากรู้ว่ามีผู้บริการรายใดบ้าง แค่ลอง Search ใน google ว่า web hosting ค่ะ</p>
<p>จะใช้บริการ web hosting เจ้าไหน  ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อน ถ้าผู้ให้บริการมีตัวอย่างลูกค้าเว็บไซต์รายใหญ่ๆ ที่ใช้บริการอยู่  หรือมีคน confirm ว่าดี ก็จะช่วยรับประกันคุณภาพได้ระดับหนึ่งค่ะ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">. </span></p>
<h4>การสมัครเพื่อใช้บริการ Web hosting</h4>
<p>สามารถสมัครได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของผู้ให้บริการโดยตรง หลังจากอ่านรายละเอียดความสามารถของ Web hosting แต่ละเจ้า และตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ และ package บริการได้แล้ว</p>
<p>ก็ลองมองหาคำว่า order เพื่อที่เข้าไปสั่งซื้อ</p>
<p>จากนั้นจะมีแบบ Form ให้เรากรอกรายละเอียดการสั่งซื้อบนหน้าเว็บ<br />
เราก็กรอกรายละเอียด ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ระบุความต้องการ เช่น เช่า host อย่างเดียว / เช่า host และจดโดเมน / จดโดเมนอย่างเดียว และระบุประเภท package ที่เลือก เป็นต้น</p>
<p>เมื่อ Submit คำขอไปแล้ว จะมีข้อความบอกว่า เมื่อเราชำระเงินแล้วให้แจ้งกลับทางผู้ให้บริการด้วย การแจ้งกลับก็เหมือนการซื้อสินค้าบนอินเตอร์เน็ททั่วไป คือ นำหลักฐานการชำระเงิน เช่น สลิป ATM แล้วส่ง Fax หรือ Scan ส่ง email หรือ โทรศัพท์แจ้ง ไปยังผู้ให้บริการ</p>
<p>แล้วผู้ให้บริการจะทำการ setup ระบบสำหรับเว็บไซต์เราให้ จากนั้นจะแจ้งกลับมาให้เราทางเมล์ หรือถ้าไม่ชอบวิธีนี้ก็ลองโทรไปคุย หรือสอบถามข้อสงสัย กับผู้ให้บริการได้โดยตรงตามเบอร์โทรศัพท์ในหน้าเว็บไซต์ของผู้ให้บริการได้เลยค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/select-web-hosting.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2.1 Web hosting คืออะไร</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/web-hosting.html</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/web-hosting.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2009 18:13:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[2. เลือก Web hosting และจด Domain name]]></category>
		<category><![CDATA[คำศัพท์น่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=457</guid>
		<description><![CDATA[Web hosting คืออะไร Web hosting คือ การให้บริการเช่าพื้นที่ หรือ รับฝากข้อมูลของเว็บไซต์เรา บนเครื่อง Web server ของผู้ให้บริการ   ทำไมเราต้องเช่าพื้นที่ด้วยล่ะ? เว็บไซต์ที่เผยแพร่อยู่บนอินเตอร์เน็ตนั้น จะต้องได้รับการฝากไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า Web server Web server จะทำหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บริการกับผู้ที่ร้องขอใช้บริการ เช่น เมื่อเราต้องเรียกดู website enjoyday.net เมื่อไหร่ ที่ไหน ก็ตาม เพียงแต่เปิดโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ เช่น IE หรือ Firefox แล้วพิมพ์ชื่อ website ลงไป ก็จะสามารถเรียกดูข้อมูลบนเครื่อง Web server ได้ทันที แทนที่เราจะลงทุน ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาทำ Web server เพื่อเอาไว้เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเราเองคนเดียว ซึ่งจะต้องลงทุนเป็นหลักแสนบาทขึ้นไป เราก็ติดต่อหาผู้ให้บริการทางด้านนี้ที่เรียกว่า Web Hosting Service [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>Web hosting คืออะไร</h3>
<p>Web hosting คือ การให้บริการเช่าพื้นที่ หรือ รับฝากข้อมูลของเว็บไซต์เรา บนเครื่อง Web server ของผู้ให้บริการ</p>
<p> </p>
<h4>ทำไมเราต้องเช่าพื้นที่ด้วยล่ะ?</h4>
<p>เว็บไซต์ที่เผยแพร่อยู่บนอินเตอร์เน็ตนั้น จะต้องได้รับการฝากไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า Web server</p>
<p>Web server จะทำหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บริการกับผู้ที่ร้องขอใช้บริการ เช่น เมื่อเราต้องเรียกดู website enjoyday.net เมื่อไหร่ ที่ไหน ก็ตาม เพียงแต่เปิดโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ เช่น IE หรือ Firefox แล้วพิมพ์ชื่อ website ลงไป ก็จะสามารถเรียกดูข้อมูลบนเครื่อง Web server ได้ทันที</p>
<p>แทนที่เราจะลงทุน ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาทำ Web server เพื่อเอาไว้เก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเราเองคนเดียว ซึ่งจะต้องลงทุนเป็นหลักแสนบาทขึ้นไป เราก็ติดต่อหาผู้ให้บริการทางด้านนี้ที่เรียกว่า Web Hosting Service Provider ที่มีความชำนาญมากกว่าเรามาดูแลให้จะดีกว่าค่ะ</p>
<p>ผู้ให้บริการ Web hosting จะจัดหาเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับงานสร้างเว็บไซต์ทั้งทางด้าน Hardware, Software และบุคลากร มาให้บริการกับเรา ผู้ใช้บริการไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดการระบบ Web Server แต่อย่างใด</p>
<p>ผู้ให้บริการจะดำเนินการและรับผิดชอบทั้งหมด ตั้งแต่การติดตั้งระบบ จนกระทั่งการดูแลรักษาระบบให้กับเรา ตลอดระยะเวลาที่เราฝากข้อมูลเว็บไซต์เอาไว้</p>
<p>ผู้ให้บริการจะคิดค่าบริการ จากการเช่าพื้นที่ ที่เราจะเอาไว้เก็บข้อมูลเว็บไซต์, ฐานข้อมูล, email, รายละเอียดเกี่ยวกับสถิติผู้เข้าชม ฯลฯ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/web-hosting.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>2. เลือก Web hosting และจด Domain name</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/web-hosting-and-domain-index.html</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/web-hosting-and-domain-index.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Mar 2009 18:03:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[2. เลือก Web hosting และจด Domain name]]></category>
		<category><![CDATA[web hosting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=451</guid>
		<description><![CDATA[2. เลือก Web hosting และจด Domain name 2.1 Web hosting คืออะไร 2.2 หลักการเลือก Web hosing 2.3 การจด Domain name 2.4 การตั้งชื่อ Domain name ที่ดี หมายเหตุ ถ้าคุณเลือกใช้บริการฟรี Web hosting จะข้ามหัวข้อนี้ไปก็ได้ค่ะ ในการสร้างเว็บไซต์คุณสามารถที่จะทำบนเครื่องตัวเองก่อน ยังไม่ต้องมีพื้นที่บน host จริงๆ ก็ได้ค่ะ เมื่อทำเสร็จและอยากนำเสนอให้คนอื่นได้ยลโฉม ค่อยไปจด Domain name และเช่า host ทีหลัง จากนั้น upload ไฟล์เว็บไซต์ของเราขึ้นไปยัง host ที่ให้บริการ คนอื่นๆ ก็จะเห็นเว็บไซต์ของเราแล้วค่ะ แต่ถ้าคุณจะทำเว็บไซต์หรือ Blog โดยใช้ Software Open Source เว็บไซต์สำเร็จรูป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>2. เลือก Web hosting และจด Domain name</h3>
<p>2.1 Web hosting คืออะไร</p>
<p>2.2 หลักการเลือก Web hosing</p>
<p>2.3 การจด Domain name</p>
<p>2.4 การตั้งชื่อ Domain name ที่ดี</p>
<p>หมายเหตุ</p>
<p>ถ้าคุณเลือกใช้บริการฟรี Web hosting จะข้ามหัวข้อนี้ไปก็ได้ค่ะ</p>
<p>ในการสร้างเว็บไซต์คุณสามารถที่จะทำบนเครื่องตัวเองก่อน ยังไม่ต้องมีพื้นที่บน host จริงๆ ก็ได้ค่ะ เมื่อทำเสร็จและอยากนำเสนอให้คนอื่นได้ยลโฉม ค่อยไปจด Domain name และเช่า host ทีหลัง จากนั้น upload ไฟล์เว็บไซต์ของเราขึ้นไปยัง host ที่ให้บริการ คนอื่นๆ ก็จะเห็นเว็บไซต์ของเราแล้วค่ะ</p>
<p>แต่ถ้าคุณจะทำเว็บไซต์หรือ Blog โดยใช้ Software Open Source เว็บไซต์สำเร็จรูป (Web CMS) อย่าง Joomla, WordPress หรือตัวอื่นๆ แล้ว   กรณีนี้จะต้องเช่า host และจด Domain name ให้เรียบร้อยก่อน   เพื่อที่คุณจะได้ติดตั้งระบบจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ หรือ Blog ลงไปบนพื้นที่ host ที่เราเช่าไว้สำหรับฝากข้อมูลเว็บไซต์   หลังจากติดตั้งแล้ว คุณจึงจะสามารถที่จะเข้าสู่ระบบเพื่อไปจัดการเนื้อหาเว็บไซต์, เขียนบทความใน Blog  ได้ทุกที่ ทุกเวลาที่คุณสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ และอาจไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องการเขียนเว็บเพจอื่นๆ อีก  แต่ต้องเรียนรู้เรื่องการใช้งานของระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปที่เราเลือกใช้ ตลอดจนการตกแต่งหน้าตาเว็บไซต์ หรือ Blog ด้วยการเปลี่ยน Template หรือ Theme ใหม่  รวมถึงการเพิ่มเติมความสามารถหลักให้กับระบบ ด้วยการติดตั้ง Module หรือ Plugin ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/web-hosting-and-domain-index.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->
