<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Enjoyday.net &#187; การทำ SEO</title>
	<atom:link href="http://www.enjoyday.net/category/do-seo/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.enjoyday.net</link>
	<description>แนะนำการสร้างเว็บไซต์ สอนทำเว็บตั้งแต่พื้นฐาน สอน HTML,CSS, XHTML แนะนำการใช้งาน Wordpress &#38; Joomla!</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 May 2010 09:46:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>การทำ SEO &#8211; ตั้งชื่อให้เว็บเพจว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า โดยใช้ Title Tag</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-title-tag/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-title-tag/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2009 06:27:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2659</guid>
		<description><![CDATA[การทำ SEO แบบ On-page Optimization การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ, การเขียนโค้ดในหน้าเว็บเพจ และการเขียนเนื้อหาให้เหมาะกับ Search Engine  รวมถึงการกระจายคีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ   ผู้อ่านควรมีมีพื้นฐานในการเขียนเว็บเพจด้วย HTML มาบ้าง อย่างน้อยต้องรู้จักโครงสร้างเอกสาร HTML  สามารถศึกษาก่อนได้จาก บทเรียนออนไลน์สอน HTML &#60;html&#62;    &#60;head&#62;       &#60;title&#62;ชื่อของหน้าเว็บเพจ&#60;/title&#62;       &#60;meta name=&#8221;keywords&#8221; content=&#8221;keyword1, keyword2&#8243; /&#62;       &#60;meat name=&#8221;description&#8221; content=&#8221;ข้อความบรรยายเว็บไซต์ด้วยประโยคสรุป&#8221; /&#62;    &#60;/head&#62;    &#60;body&#62;       &#60;h1&#62;หัวข้อเรื่องของเนื้อหา&#60;/h1&#62;      &#60;p&#62;เนื้อหา &#60;strong&#62;คำสำคัญ&#60;/strong&#62; เนื้อหา&#60;/p&#62;    &#60;body&#62; &#60;/html&#62; มาดูกันเลยค่ะว่าการทำ SEO แบบ On-page [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>การทำ SEO แบบ On-page Optimization</h2>
<p>การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ, การเขียนโค้ดในหน้าเว็บเพจ และการเขียนเนื้อหาให้เหมาะกับ Search Engine  รวมถึงการกระจายคีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ  </p>
<p>ผู้อ่านควรมีมีพื้นฐานในการเขียนเว็บเพจด้วย HTML มาบ้าง อย่างน้อยต้องรู้จักโครงสร้างเอกสาร HTML  สามารถศึกษาก่อนได้จาก <a href="http://www.enjoyday.net/webtutorial/html/index.html" target="_blank">บทเรียนออนไลน์สอน HTML</a> <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' /> </p>
<div class="code_box">&lt;html&gt;<br />
   &lt;head&gt;<br />
      &lt;title&gt;ชื่อของหน้าเว็บเพจ&lt;/title&gt;<br />
      &lt;meta name=&#8221;keywords&#8221; content=&#8221;keyword1, keyword2&#8243; /&gt;<br />
      &lt;meat name=&#8221;description&#8221; content=&#8221;ข้อความบรรยายเว็บไซต์ด้วยประโยคสรุป&#8221; /&gt;<br />
   &lt;/head&gt;<br />
   &lt;body&gt;<br />
      &lt;h1&gt;หัวข้อเรื่องของเนื้อหา&lt;/h1&gt;<br />
     &lt;p&gt;เนื้อหา &lt;strong&gt;คำสำคัญ&lt;/strong&gt; เนื้อหา&lt;/p&gt;<br />
   &lt;body&gt;<br />
&lt;/html&gt;</div>
<p>มาดูกันเลยค่ะว่าการทำ SEO แบบ On-page Optimization ทำได้อย่างไรบ้าง (ข้อมูลส่วนใหญ่อ้างตามคู่มือการทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้นฉบับภาษาไทยจาก Google)</p>
<h3>1. ตั้งชื่อให้เว็บเพจว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า</h3>
<p>ชื่อของเว็บเพจนั้นจะบ่งบอกให้ผู้ชมทราบว่าเนื้อหาในหน้าเว็บนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร ซึ่ง Search Engine ก็ใช้ในการคาดเดาเนื้อหาของเว็บเราเช่นกัน  การตั้งชื่อให้หน้าเว็บเพจนั้นทำโดยการใส่ข้อความในแท็ก &lt;title&gt; ที่อยู่ในแท็ก &lt;head&gt;  </p>
<p>ตัวอย่าง</p>
<div class="code_box">   &lt;head&gt;<br />
<span style="color: #993300;">     &lt;title&gt;แนะนำการสร้างเว็บไซต์ สอนทำเว็บไซต์ตั้งแต่พื้นฐาน บทเรียนออนไลน์สอน HTML, CSS, XHTML, Joomla!&lt;/title&gt;</span><br />
      &lt;meta name=&#8221;description&#8221; content=&#8221;enjoyday.net แนะนำการสร้างเว็บไซต์ บทเรียนออนไลน์สอนเขียนเว็บเพจด้วย HTML, CSS, XHTML, JavaScript  และข้อมูลข่าวสารในแวดวงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตต่างๆ ที่น่าสนใจ&#8221; /&gt;<br />
      &lt;meta name=&#8221;keywords&#8221; content=&#8221;การสร้างเว็บไซต์, สอนทำเว็บไซต์, สอนสร้างเว็บไซต์, สอน HTML, สอน CSS, สอน XHTML, สอนทำ Blog, สอน Joomla&#8221; /&gt;<br />
   &lt;/head&gt;</div>
<p>ชื่อของเว็บเพจที่เราตั้ง หรือ ข้อความใน Title Tag จะถูกแสดงอยู่บน Title bar ของเว็บเบราเซอร์<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/seo_01.jpg" alt="การทำ SEO ใส่ข้อความที่ Title Tag" /></p>
<p>และ Google ก็จะนำข้อความใน Title Tag ที่เราระบุไว้ มาแสดงในผลการค้นหาด้วย  (คำที่เราใช้เป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาจะแสดงเป็นตัวอักษรสีแดง)</p>
<p><img src="http://www.enjoyday.net/images/seo_02.jpg" alt="การทำ SEO ใส่ข้อความที่ Title Tag" /></p>
<p>จากรูปสังเกตได้ว่าเว็บที่ติดอันดับผลการค้นหา ข้อความใน Title Tag ล้วนแต่ใส่คำที่เป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาทั้งสิ้น   หากเราไม่ได้ใส่คีย์เวิร์ดลงไปในจุดนี้ แต่ใช้เป็นข้อความอื่นแทน เช่น หน้าแรก, โฮมเพจ, ยินดีต้อนรับ  จะทำให้โอกาสที่เว็บจะติดอันดับดีๆ น้อยกว่า   ดังนั้นให้เรานำคีย์เวิร์ดหลัก และคีย์เวิร์ดรองมาผสมเขียนเป็นประโยคข้อความให้อ่านได้ใจความ  ไม่ใช่ใส่แต่คีย์เวิร์ด แล้วอ่านไม่รู้เรื่องนะคะ  แบบนี้คนอาจจะคลิกเข้ามาน้อยกว่าที่ควร ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดาย   อย่าง enjoyday จะใส่ทั้ง 2 คำ คือ &#8220;สร้างเว็บไซต์&#8221; และ &#8220;สอนทำเว็บ&#8221; </p>
<p>ในกรณีที่เว็บของเรามีอันดับต่ำกว่า เราอาจจะต้องใช้วาทะศิลป์สักนิด เช่น อยู่หน้าแรกเหมือนกันแต่อยู่ลำดับที่ 4  ถ้าเราตั้งชื่อเว็บได้ชวนให้คลิกเข้ามาชม ผู้ชมก็จะเลือกคลิกมาที่เว็บเราด้วย คำที่มีผลก็เช่น สอนตั้งแต่พื้นฐาน, แบบละเอียด, แบบ stept by step, ฟรี เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #333399;">คำแนะนำจาก Google</span></p>
<ul>
<li>ตั้งชื่อให้สื่อถึงเนื้อหาของหน้าเว็บ ไม่ควรปล่อยเป็นค่าเริ่มต้นที่ได้มาตอนเขียนเว็บเพจ เช่น Untitled, New Page1 </li>
<li>ตั้งชื่อให้แตกต่างกันในแต่ละหน้า หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อเดียวกันในทุกหน้า</li>
<li>ตั้งชื่อที่สั้น แต่ได้ใจความ เพราะถ้ายาวเกินไป Google จะแสดงได้เพียงบางส่วน</li>
</ul>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span><br />
กรณีที่เราใช้ CMS ไม่ได้เขียนเว็บเพจเอง ก็ยังสามารถกำหนด Title ได้เอง เช่น WordPress และ Joomla! จะใช้ชื่อบทความที่เราตั้งมาเป็น Title ให้อัตโนมัติ   สำหรับ WordPress ถ้าต้องการกำหนดเอง หรือเพิ่มคำต่อท้าย เช่น enjoyday จะเพิ่มชื่อเว็บไซต์ &#8220;enjoyday.net : สอนทำเว็บไซต์&#8221; ต่อจากชื่อบทความ สามารถทำได้โดยการติดตั้ง Plugin เพิ่ม เช่น SEO All in one  หรือตัวอื่นๆ ก็ได้ แล้วเข้าไปกำหนดค่าตามต้องการค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-title-tag/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการทำ SEO : On-page / Off-page Optimization</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-seo-off-page/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-seo-off-page/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 20:05:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2627</guid>
		<description><![CDATA[เราจะแบ่งการทำ SEO ออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. On-page Optimization การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ การเขียนโค้ดในหน้าเว็บเพจ การเขียนเนื้อหาให้เหมาะกับ Search Engine  และการกระจายคีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ   ตั้งชื่อ Title ของหน้าเว็บว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า (Title Tag) ใช้ Meta keyword และ description ข้อความอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์ (Meta Tag) การปรับปรุงโครงสร้าง URL ของเว็บ (การกำหนดรูปแบบ URL, การตั้งชื่อ Directory, Files) ทำระบบนำทางในเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย การเขียน เรียบเรียงเนื้อหาให้เหมาะกับการทำ SEO การทำลิงค์เชื่อมโยงเนื้อหา การใช้แท็กหัวข้อให้เหมาะสม (Heading Tag) การเน้นคำ (Bold/Strong Tags) การใช้ลิสต์รายการ การใช้รูปภาพอย่างเหมาะสม ไม่ลืมที่จะใส่คำอธิบาย การป้องกันข้อมูลในเว็บไซต์ด้วย robots.txt 2. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เราจะแบ่งการทำ SEO ออกเป็น 3 ส่วน คือ</p>
<h3>1. On-page Optimization</h3>
<p>การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ การเขียนโค้ดในหน้าเว็บเพจ การเขียนเนื้อหาให้เหมาะกับ Search Engine  และการกระจายคีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ  </p>
<ul>
<li>ตั้งชื่อ Title ของหน้าเว็บว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า (Title Tag)</li>
<li>ใช้ Meta keyword และ description ข้อความอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์ (Meta Tag)</li>
<li>การปรับปรุงโครงสร้าง URL ของเว็บ (การกำหนดรูปแบบ URL, การตั้งชื่อ Directory, Files)</li>
<li>ทำระบบนำทางในเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย</li>
<li>การเขียน เรียบเรียงเนื้อหาให้เหมาะกับการทำ SEO</li>
<li>การทำลิงค์เชื่อมโยงเนื้อหา</li>
<li>การใช้แท็กหัวข้อให้เหมาะสม (Heading Tag)</li>
<li>การเน้นคำ (Bold/Strong Tags)</li>
<li>การใช้ลิสต์รายการ</li>
<li>การใช้รูปภาพอย่างเหมาะสม ไม่ลืมที่จะใส่คำอธิบาย</li>
<li>การป้องกันข้อมูลในเว็บไซต์ด้วย robots.txt</li>
</ul>
<h3>2. Off-page Optimization </h3>
<p>การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายนอก ได้แก่ เรื่องของการประชาสัมพันธ์เว็บ และการสร้างลิงค์เข้ามายังเว็บไซต์</p>
<ul>
<li>การแนะนำเว็บให้ Search Engine รู้จัก (Search Engine Submission)</li>
<li>การทำ Search Engine Sitemap</li>
<li>ประเภทของลิงค์
<ul>
<li>One Way / Two Way links</li>
<li>Dofollow / Nofollow link</li>
</ul>
</li>
<li>การควบคุมปริมาณลิงค์เข้า (Inbound link) และลิงค์ออก (Outbound link)</li>
<li>การสร้างลิงค์เข้ามายังเว็บไซต์ (Backlink)
<ul>
<li>โปรโมทเว็บในเว็บไซต์อื่น (Web Directory Submission)</li>
<li>โปรโมทบทความหรือเนื้อหา (Article Submission /Social Bookmark)</li>
<li>แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่น</li>
</ul>
</li>
</ul>
<h3>3. การตรวจสอบและติดตามผลการทำ SEO</h3>
<p>หลังจากทำ SEO แล้ว ก็ไม่ควรลืมตรวจสอบผลการทำ SEO ว่าได้ผลเป็นอย่างไร ได้ผลตามเป้าหมายหรือไม่ </p>
<ul>
<li>สถิติเว็บไซต์ : จำนวนผู้ใช้งาน, แหล่งที่มา และคีย์เวิร์ดที่ผู้ชมใช้ค้นหา มาเจอเว็บไซต์เรา</li>
<li>การตรวจสอบอันดับ</li>
<li>การตรวจสอบปริมาณลิงค์ </li>
<li>การวิเคราะห์คู่แข่ง</li>
</ul>
<p>หัวข้อต่างๆ เหล่านี้ จะได้พูดถึงอย่างละเอียดในบทความต่อๆ ไปค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-on-page-seo-off-page/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SEO ทำได้ตั้งแต่ก่อนลงมือสร้างเว็บไซต์</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-domain-host-cms-design/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-domain-host-cms-design/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 18:28:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2616</guid>
		<description><![CDATA[จากบทความก่อนเรื่อง Keyword สิ่งแรกสุดของการทำ SEO     เมื่อเรามีคีย์เวิร์ดในใจแล้ว ถึงตอนนี้เราก็สามารถที่จะเริ่มปรับแต่งเว็บไซต์ของเราเพื่อผลทาง SEO ได้แล้วค่ะ 1. ชื่อโดเมนดี แค่เริ่มต้นก็มีชัย ชื่อโดเมน (ชื่อเว็บไซต์) เป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEO   การที่ชื่อโดเมนมี &#8220;คีย์เวิร์ด&#8221; ที่บ่งบอกถึงเนื้อหาของเว็บไซต์อยู่ด้วย  จะช่วยส่งเสริมให้เว็บสามารถติดอันดับดีๆ ในผลการค้นหาของเว็บ Search Engine ในคีย์เวิร์ดนั้นๆ ได้ง่าย   ถ้าเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับโรงแรม ให้ใส่คีย์เวิร์ด &#8220;hotel&#8221; ลงไปด้วย เช่น patayahotel.com, thailandhotel.com, เว็บไซต์เกี่ยวกับร้านขายหนังสือ ก็ให้ใส่คีย์เวิร์ด &#8220;book&#8221; ลงไปด้วย เช่น chulabook.com เป็นต้น แต่ไม่ควรจะให้มันยาวเกินไป ควรให้จำได้ง่าย เพื่อผลระยะยาว . ปัจจุบันชื่อโดเมนดีๆ มักจะถูกจับจองไปหมดแล้ว หรือบางครั้งเราต้องการสร้างแบรนด์จึงนำชื่อบริษัทมาเป็นชื่อโดเมน หรือเราอาจจะอยากใช้ชื่อเว็บไซต์แบบตามใจฉัน ก็สามารถทำได้ แล้วค่อยไปหาทางปรับปรุงเพิ่มเติมการทำ SEO ในส่วนอื่นๆ ของการทำเว็บไซต์ เช่น Title, Meta [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากบทความก่อนเรื่อง <a href="http://www.enjoyday.net/2009/07/keyword/">Keyword สิ่งแรกสุดของการทำ SEO</a>  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' />    เมื่อเรามีคีย์เวิร์ดในใจแล้ว ถึงตอนนี้เราก็สามารถที่จะเริ่มปรับแต่งเว็บไซต์ของเราเพื่อผลทาง SEO ได้แล้วค่ะ</p>
<h3>1. ชื่อโดเมนดี แค่เริ่มต้นก็มีชัย</h3>
<p>ชื่อโดเมน (ชื่อเว็บไซต์) เป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEO   การที่ชื่อโดเมนมี &#8220;คีย์เวิร์ด&#8221; ที่บ่งบอกถึงเนื้อหาของเว็บไซต์อยู่ด้วย  จะช่วยส่งเสริมให้เว็บสามารถติดอันดับดีๆ ในผลการค้นหาของเว็บ Search Engine ในคีย์เวิร์ดนั้นๆ ได้ง่าย   ถ้าเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับโรงแรม ให้ใส่คีย์เวิร์ด &#8220;hotel&#8221; ลงไปด้วย เช่น patayahotel.com, thailandhotel.com, เว็บไซต์เกี่ยวกับร้านขายหนังสือ ก็ให้ใส่คีย์เวิร์ด &#8220;book&#8221; ลงไปด้วย เช่น chulabook.com เป็นต้น แต่ไม่ควรจะให้มันยาวเกินไป ควรให้จำได้ง่าย เพื่อผลระยะยาว</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>ปัจจุบันชื่อโดเมนดีๆ มักจะถูกจับจองไปหมดแล้ว หรือบางครั้งเราต้องการสร้างแบรนด์จึงนำชื่อบริษัทมาเป็นชื่อโดเมน หรือเราอาจจะอยากใช้ชื่อเว็บไซต์แบบตามใจฉัน ก็สามารถทำได้ แล้วค่อยไปหาทางปรับปรุงเพิ่มเติมการทำ SEO ในส่วนอื่นๆ ของการทำเว็บไซต์ เช่น Title, Meta tag, เนื้อหา ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ชื่อโดเมน  ไม่งั้น enjoyday คงไม่ติดอันดับคีย์เวิร์ด &#8220;สร้างเว็บไซต์&#8221; หรือ &#8220;สอนทำเว็บ&#8221; ได้  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/11.gif' alt=':อืม:' class='wp-smiley' />    แต่สำหรับเว็บที่เกี่ยวกับธุรกิจแล้วก็ยังแนะนำว่าควรมี คีย์เวิร์ด อยู่ในโดเมนเนม ค่ะ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>อีกวิธีคือการใช้งานซับโดเมน (sub domain) เว็บไซต์ดังๆ อย่าง sanook, mthai, kapook ก็ไม่ได้มีคีย์เวิร์ดอยู่ในชื่อโดเมน แต่ถ้าลอง Search คำว่า &#8220;เกมส์&#8221; จะเห็นว่าติดอันดับหน้าแรกกันเป็นแถวเลย ด้วยการใช้ sub domain ที่เป็นคีย์เวิร์ดนี่แหละ เช่น game.sanook.com, game.mthai.com</p>
<p> </p>
<h3>2. เลือกใช้ Host ให้ดีอย่าให้มีปัญหา</h3>
<ul>
<li>ไม่ควรให้มีปัญหาเว็บช้า หรือ Server ล่มบ่อย เพื่อไม่ให้เวลาที่ Bot หรือ Spider ของ Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูล แล้วเก็บอะไรไปไม่ได้ เผลอๆ จะถูก de-index ข้อมูลที่เก็บไปแล้ว เพราะคิดว่าหน้าเว็บถูกลบไม่มีอยู่จริงแล้ว</li>
<li>เลือกใช้บริการใน Package ที่เหมาะสมกับการใช้งานของเว็บไซต์  หากมีการจำกัดการใช้ Bandwidth (Data Transfer)  ให้ระวังปัญหาการใช้ Bandwidth เกินตอนสิ้นเดือนจนผู้ให้บริการปิดเว็บด้วย</li>
<li>ปัญหาการบล็อค Bot หรือ Spider ของ Search Engine ไม่ให้เข้ามา</li>
<li>ปัญหาอื่นๆ</li>
</ul>
<p> </p>
<h3>3. เลือกใช้  Web CMS (Web Content Management Sytem) ที่เหมาะกับการทำ SEO</h3>
<p>ควรเลือก <a title="ทำความรู้จักกับ Web CMS" href="http://www.enjoyday.net/2009/05/web-cms/" target="_blank">Web CMS</a>  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' /> หรือตัวจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ที่สนับสนุนหรือเหมาะกับการทำ SEO เช่น <a title="การสร้าง Blog ด้วย WordPress" href="http://www.enjoyday.net/category/how-to-create-a-website/wordpress-blog/">WordPress</a> <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' /> , <a title="การสร้างเว็บไซต์ด้วย Joomla!" href="http://www.enjoyday.net/joomla/">Joomla</a> <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/link.gif' alt=':ลิงค์:' class='wp-smiley' /> , Drupal  หรือถ้าเขียนเว็บเพจเองก็ต้องศึกษาการเขียน HTML ที่ถูกต้อง แนะนำ XHTML และใช้ CSS ควบคุมการตกแต่งเอกสาร หรือจัดรูปแบบการแสดงผล</p>
<p> </p>
<h3>4. การออกแบบเว็บไซต์กับการทำ SEO</h3>
<p>หากนักออกแบบมีความเข้าใจในเรื่อง SEO คงจะไม่มีปัญหา แต่หากไม่ล่ะก็  อาจจะออกแบบทำให้เว็บไซต์สวยงาม ทำเมนูด้วย Flash  ใส่ลูกเล่นที่หวือหวา ทำให้หน้าเว็บเพจเต็มไปด้วย code ส่วนการตกแต่ง  ซึ่งนั่นไม่เหมาะกับการทำงานของ Search Engine เลย</p>
<p>ควรเริ่มต้นด้วยการศึกษาเนื้อหาเว็บไซต์อย่างละเอียด จัดหมวดหมู่เนื้อหา  ทำหน้าเว็บที่เรียบง่าย มีเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือ เพื่อให้ Bot หรือ Spider ของ Search Engine เก็บข้อมูลได้ง่าย <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/50.gif' alt=':OK:' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-domain-host-cms-design/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้นฉบับภาษาไทยจาก Google</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-starter-guide/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-starter-guide/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2009 14:25:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2503</guid>
		<description><![CDATA[enjoyday นั้นตั้งใจอยู่แล้วที่จะเขียนแนะนำเรื่องการทำ SEO  เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญในการทำเว็บไซต์ แต่ว่ามันต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียบเรียง และเขียนออกมา คงต้องรอกันหน่อยนะคะ   สำหรับผู้อ่านที่สนใจ ไม่อยากรอ อยากรู้ว่าการทำ SEO เบื้องต้นนั้นทำได้อย่างไรบ้าง สามารถอ่านจาก &#8220;คู่มือการทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้นฉบับภาษาไทยจาก Google&#8221;   ดาวน์โหลดได้ที่นี่ค่ะ http://www.google.co.th/intl/th/webmasters/docs/search-engine-optimization-starter-guide-th.pdf . คำแนะนำจาก Google ในการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาให้กับเว็บไซต์ enjoyday สรุปมาบางส่วนให้อ่านกันง่ายๆ ค่ะ   1. ตั้งชื่อ Title ของหน้าเว็บว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า การตั้งชื่อให้แต่ละหน้าเว็บนั้นทำโดยการใส่ข้อความใน tag &#60;title&#62; ที่อยู่ใน tag &#60;head&#62; เช่น &#60;html&#62; &#60;head&#62;    &#60;title&#62;Brand&#8217;s Baseball Cards &#8211; BuyCards, Baseball News, Card Prices&#60;/title&#62;    &#8230; &#60;/head&#62; ซึ่ง Google จะใช้ชื่อที่เราตั้งแสดงในผลการค้นหาด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>enjoyday นั้นตั้งใจอยู่แล้วที่จะเขียนแนะนำเรื่องการทำ SEO  เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญในการทำเว็บไซต์ แต่ว่ามันต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียบเรียง และเขียนออกมา คงต้องรอกันหน่อยนะคะ  </p>
<p>สำหรับผู้อ่านที่สนใจ ไม่อยากรอ อยากรู้ว่าการทำ SEO เบื้องต้นนั้นทำได้อย่างไรบ้าง สามารถอ่านจาก &#8220;คู่มือการทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้นฉบับภาษาไทยจาก Google&#8221;   ดาวน์โหลดได้ที่นี่ค่ะ<br />
<a href="http://www.google.co.th/intl/th/webmasters/docs/search-engine-optimization-starter-guide-th.pdf">http://www.google.co.th/intl/th/webmasters/docs/search-engine-optimization-starter-guide-th.pdf</a></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span><br />
คำแนะนำจาก Google ในการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาให้กับเว็บไซต์ enjoyday สรุปมาบางส่วนให้อ่านกันง่ายๆ ค่ะ  </p>
<h3>1. ตั้งชื่อ Title ของหน้าเว็บว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า</h3>
<p>การตั้งชื่อให้แต่ละหน้าเว็บนั้นทำโดยการใส่ข้อความใน tag &lt;title&gt; ที่อยู่ใน tag &lt;head&gt; เช่น</p>
<div class="code_box">&lt;html&gt;<br />
&lt;head&gt;<br />
   &lt;title&gt;Brand&#8217;s Baseball Cards &#8211; BuyCards, Baseball News, Card Prices&lt;/title&gt;<br />
   &#8230;<br />
&lt;/head&gt;</div>
<p>ซึ่ง Google จะใช้ชื่อที่เราตั้งแสดงในผลการค้นหาด้วย<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/seo_title.jpg" alt="" /></p>
<p>เราอาจจะต้องใช้วาทะศิลป์สักนิด ในกรณีที่เว็บของเรามีอันดับต่ำกว่า เช่น อยู่หน้าแรกเหมือนกันแต่อยู่ลำดับที่ 5    ถ้าเราเขียนชื่อเว็บได้ชวนให้คลิกเข้ามาชม ผู้ชมก็จะเลือกคลิกมาที่เว็บเราด้วย คำที่มีผลก็เช่น สอนตั้งแต่พื้นฐาน, แบบละเอียด, แบบ stept by step, ฟรี เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #333399;">ข้อแนะนำจาก Google</span></p>
<ul>
<li>ตั้งชื่อให้สื่อถึงเนื้อหาของหน้าเว็บ ไม่ควรปล่อยเป็นค่าเริ่มต้นที่ได้มาตอนเขียนเว็บเพจ เช่น Untitled, New Page1</li>
<li>ตั้งชื่อให้แตกต่างกันในแต่ละหน้า หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อเดียวกันในทุกหน้า</li>
<li>ตั้งชื่อที่สั้น แต่ได้ใจความ เพราะถ้ายาวเกินไป Google จะแสดงได้เพียงบางส่วน</li>
</ul>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<h3>2.ใช้ Meta tag description ข้อความอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์</h3>
<p>Meta tag description ใช้สำหรับใส่ข้อความบรรยายเว็บไซต์ด้วยประโยคสรุป  อยู่ในส่วนของ tag &lt;head&gt;</p>
<div class="code_box">&lt;html&gt;<br />
&lt;head&gt;<br />
&lt;title&gt;Brand&#8217;s Baseball Cards &#8211; BuyCards, Baseball News, Card Prices&lt;/title&gt;<br />
&lt;meta name=&#8221;description&#8221; content=&#8221;Brandon&#8217;s Baseball Cards provides a large selection of vintage and modern era baseball cards for sale. We also offer daily baseball news and events in &#8230;&#8221;&gt;<br />
&#8230;<br />
&lt;/head&gt;</div>
<p>โดยคำอธิบายที่เราใส่ให้หน้าเว็บจะถูกนำมาแสดงในผลการค้นหาด้วยใต้ชื่อเว็บ หรือ title   แต่ไม่แน่เสมอไป เพราะบางครั้ง Google ก็เลือกดึงข้อความจากในหน้าเว็บนั้นมาแสดงเอง โดยดูจากคำค้นหา    แต่อย่างไรเราก็ควรใส่ไว้ และไม่ต้องใส่ให้ยาวเกินไปเพราะมันแสดงไม่พอค่ะ</p>
<p><span style="color: #333399;">ข้อแนะนำจาก Google</span></p>
<ul>
<li>เขียนคำอธิบายเว็บให้ละเอียดแต่ให้กระชับ และดึงดูดความสนใจ</li>
<li>ไม่เขียนคำอธิบายที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้านนั้น</li>
<li>ระบุคำหลักที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเราลงไปด้วย</li>
<li>เขียนคำอธิบายที่ไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละหน้าเว็บ</li>
</ul>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<h3>3. การปรับปรุงโครงสร้าง URL ของเว็บ</h3>
<p>URL ก็คือลิงค์ข้อความที่บอกตำแหน่งของข้อมูลใน Internet ไม่ว่าจะเป็น Web page, File ประเภทต่างๆ เช่น รูปภาพ เสียง</p>
<p><span style="color: #333399;">ข้อแนะนำจาก Google</span></p>
<ul>
<li>ใช้คำที่ได้ใจความใน URL ที่ประกอบด้วยคำที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา<br />
ไม่ควรเป็นค่าพารามิเตอร์และรหัส session ที่ไม่จำเป็น เช่น http://www.enjoyday.net/list.php?catid=34&amp;no=37<br />
ไม่ใช้คำที่ไม่สื่อความหมาย เช่น page1.html</li>
<li>สร้างโครงสร้าง directory ที่เรียบง่าย การใช้ directory ที่จัดเนื้อหาอย่างเป็นระเบียบจะช่วยให้ผู้ชมรู้ตำแหน่งของตนที่อยู่บนเว็บไซต์ได้ เช่น<br />
http://www.enjoyday.net/webtutorial/html/index.html (บทเรียนออนไลน์สอน HTML)<br />
http://www.enjoyday.net/webtutorial/css/index.html (บทเรียนออนไลน์สอน CSS)<br />
http://www.enjoyday.net/webtutorial/xhtml/index.html (บทเรียนออนไลน์สอน XHTML)</li>
<li>หลีกเลี่ยงการใช้ directory ที่เป็น sub ซอยย่อยจนเกินไป เช่น &#8220;&#8230;/dir1/dir2/dir3/dir4/dir5/dir6/page.html&#8221;</li>
<li>หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อ directory ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา</li>
</ul>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<h3>4. ทำระบบนำทางในเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย</h3>
<p>ระบบนำทางที่ดีจะช่วยให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว รู้ว่ากำลังอยู่ตรงไหนของเว็บไซต์ และยังทำให้ Google รู้ว่า Webmaster ให้ความสำคัญกับเนื้อหาใด<br />
องค์ประกอบของระบบนำทาง ได้แก่ เมนู, กล่องค้นหา, หน้า sitemap เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #333399;">ข้อแนะนำจาก Google</span></p>
<ul>
<li>สร้างลำดับขั้นที่ต่อเนื่องกันอย่างเหมาะสม ไม่แบ่งย่อยจนเกินไป เช่นต้องคลิกถึง 20 ครั้งกว่าเข้าถึงหน้าเนื้อหาย่อยได้</li>
<li>ใช้ข้อความสำหรับนำทาง เช่น ใช้ลิงค์ข้อความ หลีกเลี่ยงการใช้งานแบบเมนูเลื่อนลง รูปภาพ flash</li>
<li>ใช้การนำทางแบบแสดงเส้นทาง และทำเป็นลิงค์ให้คลิกกลับไปอีกหน้าได้ เช่น Brandon&#8217;s Baseball Cards &gt; Articles &gt; Top Ten Rarest Baseball Cards</li>
<li>ทำหน้า sitemap แบบ HTML  ที่มีลิงค์ของหน้าทั้งหมดในเว็บ และจัดระเบียบหัวข้อด้วย  หรือถ้ามีจำนวนหน้ามาก ก็ให้แสดงเฉพาะหน้าเว็บหลัก  และไม่ควรปล่อยให้มีลิงค์เสียในหน้า sitemap</li>
<li>สร้างไฟล์ sitemap แบบ XML สำหรับให้ Bot ของ Search Engine เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ได้ง่ายๆ ไม่ต้องไต่ลิงค์ตามหน้าเว็บเพจต่างๆ เอง</li>
<li>ใช้หน้า 404 ให้เกิดประโยชน์  ในกรณีที่ผู้ใช้อาจเข้าถึงหน้าที่เว็บที่ถูกลบไปแล้ว หรือพิมพ์ URL ผิด  การสร้างหน้าเว็บ 404 ที่กำหนดเอง โดยนำทางกลับไปยังหน้าแรก  จะดีกว่าปล่อยให้แสดงข้อความ Not Found</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-starter-guide/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Keyword สิ่งแรกสุดของการทำ SEO</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/keyword/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/keyword/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2009 14:24:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2530</guid>
		<description><![CDATA[สิ่งแรกของการทำ SEO ก็คือ การค้นหาคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เป็นที่นิยม หรือคำที่คนทั่วไปใช้กรอกลงไปในช่องค้นหาในเว็บ Search Engine เมื่อต้องการค้นหาอะไรสักอย่าง ทำไมคีย์เวิร์ดถึงเป็นสิ่งแรกสุด? ก็อย่างที่บอก การทำ SEO คือการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาในเว็บ Search Engine   แต่เราจะติดอันดับในผลการค้นหาของคำไหนล่ะ เราจึงจำเป็นที่จะต้องหาคีย์เวิร์ด หรือคำที่คิดว่าคนจะใช้ค้นหามาเจอเว็บของเรา เรียกว่าต้องมีเป้าหมายก่อนนั่นเอง :เป้าหมาย:   เพราะเดี๋ยวเราต้องนำมันมาใช้ในการปรับแต่งเว็บไซต์ เพื่อให้ Search Engine รับรู้ว่าเนื้อหาของเว็บเรานั้นเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดคำนั้น และเพื่อหาทางทำอันดับดีๆ อธิบายแบบยกตัวอย่างดีกว่า ข้อมูลจาก google/analytics บอกว่าผู้ชมรู้จัก enjoyday.net ผ่าน Search Engine เป็นส่วนใหญ่ ทีนี้ลองเดาดูซิคะว่า enjoyday เว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ คนรู้จักเว็บไซต์นี้ด้วยการค้นหาว่าอะไรใน google มากที่สุดคะ? ติ๊กตอก ติ๊กตอก ติ๊กตอก &#8230; คำตอบคือ &#8220;การสร้างเว็บไซต์&#8221; ค่ะ ลองไปเช็คที่ google กันดีกว่า enjoyday [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งแรกของการทำ SEO ก็คือ การค้นหาคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เป็นที่นิยม หรือคำที่คนทั่วไปใช้กรอกลงไปในช่องค้นหาในเว็บ Search Engine เมื่อต้องการค้นหาอะไรสักอย่าง</p>
<p>ทำไมคีย์เวิร์ดถึงเป็นสิ่งแรกสุด? ก็อย่างที่บอก การทำ SEO คือการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาในเว็บ Search Engine   แต่เราจะติดอันดับในผลการค้นหาของคำไหนล่ะ เราจึงจำเป็นที่จะต้องหาคีย์เวิร์ด หรือคำที่คิดว่าคนจะใช้ค้นหามาเจอเว็บของเรา เรียกว่าต้องมีเป้าหมายก่อนนั่นเอง :เป้าหมาย:   เพราะเดี๋ยวเราต้องนำมันมาใช้ในการปรับแต่งเว็บไซต์ เพื่อให้ Search Engine รับรู้ว่าเนื้อหาของเว็บเรานั้นเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดคำนั้น และเพื่อหาทางทำอันดับดีๆ</p>
<p>อธิบายแบบยกตัวอย่างดีกว่า ข้อมูลจาก google/analytics บอกว่าผู้ชมรู้จัก enjoyday.net ผ่าน Search Engine เป็นส่วนใหญ่<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/enjoyday_stat01.jpg" alt="" /></p>
<p>ทีนี้ลองเดาดูซิคะว่า enjoyday เว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ คนรู้จักเว็บไซต์นี้ด้วยการค้นหาว่าอะไรใน google มากที่สุดคะ?</p>
<p>ติ๊กตอก ติ๊กตอก ติ๊กตอก &#8230;</p>
<p><img src="http://www.enjoyday.net/images/enjoyday_stat02.jpg" alt="" /></p>
<p>คำตอบคือ &#8220;การสร้างเว็บไซต์&#8221; ค่ะ ลองไปเช็คที่ google กันดีกว่า</p>
<p>enjoyday สามารถคว้าอันดับแรกจากคีย์เวิร์ด &#8220;การสร้างเว็บไซต์&#8221; มาได้ แต่อย่าพึ่งดีใจไป ถึงจะอยู่อันดับแรกของคีย์เวิร์ดหนึ่งๆ ได้ ยังต้องดูอีกว่า คำนั้นน่ะ คนใช้ในการค้นหามากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเราติดอันดับแรกในคีย์เวิร์ดที่คนเค้าไม่ใช้กัน ลองคิดดูว่าจะมีคนหลงเข้ามาในเว็บเราหรือเปล่า<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/seo_result01.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>ทีนี้เปลี่ยนใหม่เป็นคำว่า &#8220;สร้างเว็บไซต์&#8221; อันดับจะตกลงมาหน่อย ในขณะที่อันดับ 4 เมื่อกี้ขึ้นไปเป็นอันดับ 1   และถ้าใช้คีย์เวิร์ดเหลือแค่ &#8220;สร้างเว็บ&#8221; อันดับของ enjoyday ก็จะตกลงไปอีก จะเห็นว่าเปลี่ยนคำที่ใช้ค้นหานิดหน่อย ก็มีผลกับอันดับการค้นหาอย่างน่าแปลกใจ<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/seo_result02.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>ทีนี้อยากให้ดูอีกคำค่ะ คำว่า &#8220;สอนทำเว็บ&#8221;<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/seo_result03.jpg" alt="" /></p>
<p>อยากให้สังเกตว่า เว็บไซต์ที่ติดอันดับแรกๆ หรือหน้าแรก ของคีย์เวิร์ด &#8220;สอนทำเว็บ&#8221; นั้น  เป็นเว็บคนละกลุ่มกับเว็บที่ติดอันดับแรกๆ ในคีย์เวิร์ด &#8220;สร้างเว็บไซต์&#8221;   ในขณะที่ enjoyday ติดอันดับการค้นหาหน้าแรกในทั้ง 2 คีย์เวิร์ด  เพราะว่า enjoyday เล่น 2 คำเลย   ที่จะบอกก็คือ เราสามารถที่จะเล่นคีย์เวิร์ดได้หลายคำค่ะ จากเว็บเดียวกันนี่แหละ   enjoyday ก็ยังเล่นอีกหลายคำสำหรับหน้าเนื้อหาที่ต่างกันไปค่ะ (หวังว่าเว็บอื่นคงไม่มาแอบเห็นนะ 555)</p>
<p>ถ้าใน title ชื่อเว็บ enjoyday ไม่ได้ใส่คำว่า &#8220;สอนทำเว็บ&#8221; เอาไว้  ก็ยากที่จะทำให้ติดอันดับดีๆ ของผลการค้นหาของคำนี้ได้ค่ะ   หรือถ้าเราเน้นแต่คำว่า &#8220;สอนทำเว็บ&#8221;  ไม่ได้ใส่คำว่า &#8220;สร้างเว็บไซต์&#8221;  ไว้ใน title หรือส่วนอื่นๆ ของเว็บไซต์เลย  เว็บก็ไม่น่าจะติดอันดับต้นๆ ของคีย์เวิร์ดนี้ได้เช่นกันค่ะ</p>
<p>แต่ถึงจะติดอันดับในหน้าแรกได้แล้วในหลายคีย์เวิร์ด คนเข้าเว็บ enjoyday เฉลี่ยต่อวันก็ไม่มากค่ะ ประมาณแค่ 400 กว่าคนต่อวัน   ลองแอบเช็คเว็บที่อันดับดีกว่า คนเข้าเว็บก็ยังไม่ถึงพันคนต่อวันเช่นกัน ทั้งนี้เพราะมันไม่ใช่คีย์เวิร์ดยอดฮิต จำนวนการค้นหาคีย์เวิร์ดเหล่านี้ต่อวันไม่มาก จึงเรียกคนเข้าเว็บ (Traffic) ไม่ได้สูง หรือเป็นไปได้ว่าเรายังค้นหาคีย์เวิร์ดที่ดีกว่านี้ไม่เจอ &gt;&lt;&#8221;</p>
<p>สำหรับบางคนที่จะทำเว็บ แต่ยังไม่มีเรื่องที่จะทำเจาะจงเอาไว้ ถ้าอยากทำเว็บให้มีคนเข้าชมจำนวนมาก (ประมาณเว็บที่ำทำเพื่อหาเงินออนไลน์โดยเฉพาะนั่นแหละ) เราสามารถเช็คดูความนิยมของตลาดว่าเรื่องไหนกำลังมาแรง มีคนค้นหาต่อวันเป็นจำนวนมาก แล้วเลือกทำเรื่องนั้นๆ ก็ได้ค่ะ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>ในการมองหาคีย์เวิร์ดมาใช้งานนั้น ให้ดูความนิยมว่าปริมาณค้นหามากน้อยขนาดไหน  และให้ดูจำนวนเว็บคู่แข่ง  จากนั้นเข้าไปดูเว็บคู่แข่งว่าเป็นอย่างไรพอจะสู้ไหวหรือเปล่า</p>
<p>บางคีย์เวิร์ดก็มีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ขึ้นกับฤดูกาล เทศกาลต่างๆ   อย่างถ้าเราอยากจะติดอันดับต้นๆ ของคีย์เวิร์ดหนึ่งในช่วงเวลาไหนเป็นพิเศษ ก็ต้องมีการวางแผนและทำ SEO ล่วงหน้าก่อน เพื่อให้เว็บติดอันดับดีๆ ทันในช่วงเวลาที่ต้องการได้</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<p>เริ่มต้นเราจะต้องมีคีย์เวิร์ดหลักก่อน ซึ่งมาจากเนื้อหาของเว็บไซต์เรา เช่น ถ้าเว็บไซต์เราขายมือถือ คำแรกที่เรานึกออกก็คือ มือถือ และยี่ห้อมือถือต่างๆ  จากนั้นให้เรานำคีย์เวิร์ดที่คิดขึ้นได้ไปตรวจดูว่ามีคนใช้คำนั้นในการค้นหาจำนวนเท่าใด   โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ซึ่งเราจะเห็นคีย์เวิร์ดอื่นๆ อีกที่คนใช้ค้นหากัน อาจทำให้ปิ๊งไอเดียอะไรขึ้นมาบ้างค่ะ</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<h3>เครื่องมือสำหรับค้นหาคีย์เวิร์ดดีๆ</h3>
<p>Google Keyword Tool External<br />
<a href="https://adwords.google.com/select/KeywordToolExternal">https://adwords.google.com/select/KeywordToolExternal</a><br />
อันนี้เป็นเครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดที่ google เตรียมให้กับผู้ที่ใช้บริการ Adwords ลงโฆษณากับ google เพื่อที่จะดูว่า แต่ละคีย์เวิร์ดมีการแข่งขันราคากันอย่างไร แต่เราก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ค่ะ ทั้งยังสนับสนุนภาษาไทยอีกด้วย</p>
<p>Google Search-based Keyword Tool</p>
<p>http://www.google.com/sktool</p>
<p>Google Trend ใช้ดูความนิยมของตลาดได้</p>
<p>http://www.google.com/trends</p>
<p>ตรวจสอบความนิยมของ WordPress VS Joomla กันดีกว่า<br />
<img src="http://www.enjoyday.net/images/google_trend.jpg" alt="" /></p>
<p>อื่นๆ<br />
http://truehits.net/trend อันนี้ของบ้านเราเองค่ะ</p>
<p>http://freekeywords.wordtracker.com</p>
<p>สำหรับคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูง เช่น เกมส์ ดูดวง ฟังเพลง &#8230; ถ้าทำเว็บติดอันดับต้นๆ ได้  traffic มหาศาลแน่นอน  <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/1.gif' alt=':ฝันเฟื่อง:' class='wp-smiley' /> </p>
<p>คีย์เวิร์ดแต่ละคำมีความยากง่ายต่างกันในการทำอันดับ การที่เลือกคีย์เวิร์ดที่ดี และนำไปใช้อย่างถูกต้อง จะทำให้เว็บไซต์ของเราขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ของเว็บ Search Engine ได้ การใช้คีย์เวิร์ดที่กว้างเกินไป (Widely Keyword) คู่แข่งจะเยอะ และทำอันดับดีๆ ได้ยาก การที่เราเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง (Niche Keyword) จะทำอันดับดีๆ ได้ง่ายกว่า เช่น แทนที่จะใช้ &#8220;Hotel&#8221; เดี่ยวๆ ก็ใช้คำที่เจาะจงระบุถึงตัวสินค้าหรือตลาด &#8220;Thailand Pattaya Hotel&#8221;, &#8220;Cheap Hotel in Bangkok&#8221; เป็นต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/keyword/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SEO คืออะไร? ทำไมต้องทำ SEO? ด้วย</title>
		<link>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2009 14:08:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>joy</dc:creator>
				<category><![CDATA[การทำ SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.enjoyday.net/?p=2524</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากผ่านหัวข้อการลงมือสร้างเว็บไซต์ไปแล้ว ก็มาถึงหัวข้อที่น่าสนใจมากๆ อีกหัวข้อค่ะ ก็คือการทำ SEO ซึ่งที่ผ่านมาเรามีการพูดถึงอยู่หลายครั้ง ในบทความนี้จะแนะนำว่า SEO คืออะไร ? และทำไมเราต้องทำ SEO ? ถึงแม้ว่าเราจะบากบั่นเรียนรู้จนสามารถสร้างเว็บไซต์ออกมาได้แล้ว   แต่นั่นไม่ได้รับประกันเลยว่าเว็บไซต์ของเราจะประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ เพราะถ้าทำเว็บเสร็จแล้วแต่ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีคนเข้ามาชื่นชม ไม่มีคนเข้ามาซื้อของ ที่เหนื่อยแรงทำเว็บไปก็สูญเปล่าน่ะซิ   แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีคนถึงจะรู้จักเว็บไซต์ของเราได้ . ให้เราลองย้อนนึกไปถึงเว็บไซต์ที่เรารู้จัก ที่เข้าอยู่ทุกวันนี้  ว่าเรารู้จักเว็บเหล่านั้นได้อย่างไร และเวลาที่เราอยากรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้เราทำยังไงเพื่อที่จะค้นหามัน   คิดว่าคำตอบส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นการใช้บริการเว็บ Search Engine อย่างกูเกิ้ล, ยาฮู, บิง และอื่นๆ อีก  &#8230;ใช่แล้วค่ะ  ทางออกที่จะทำให้คนรู้จักเว็บเรา ก็คือการทำให้ผู้ชมสามารถรู้จักเว็บของเราผ่านทางเว็บ Search Engine นั่นเองค่ะ    ที่ง่ายที่สุดก็จ่ายเงินให้บรรดาเหล่า Search Engine ไปค่ะ แล้วเว็บไซต์เราจะได้อยู่ในหน้าแรก อันดับบนๆ หรือไม่ก็อยู่ทางด้านขวาของหน้าผลการค้นหา แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินก็มีทางออกให้ คือการทำ SEO นี่แหละค่ะ อา…โยงเข้าเรื่องการทำ SEO ได้สักที [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากผ่านหัวข้อการลงมือสร้างเว็บไซต์ไปแล้ว ก็มาถึงหัวข้อที่น่าสนใจมากๆ อีกหัวข้อค่ะ ก็คือการทำ SEO ซึ่งที่ผ่านมาเรามีการพูดถึงอยู่หลายครั้ง ในบทความนี้จะแนะนำว่า SEO คืออะไร ? และทำไมเราต้องทำ SEO ?</p>
<p><span id="more-2524"></span></p>
<p>ถึงแม้ว่าเราจะบากบั่นเรียนรู้จนสามารถสร้างเว็บไซต์ออกมาได้แล้ว <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/15.gif' alt=':สู้โ้ว้ย:' class='wp-smiley' />   แต่นั่นไม่ได้รับประกันเลยว่าเว็บไซต์ของเราจะประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่วางไว้ค่ะ เพราะถ้าทำเว็บเสร็จแล้วแต่ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีคนเข้ามาชื่นชม ไม่มีคนเข้ามาซื้อของ ที่เหนื่อยแรงทำเว็บไปก็สูญเปล่าน่ะซิ   แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีคนถึงจะรู้จักเว็บไซต์ของเราได้ <img src='http://www.enjoyday.net/wp-includes/images/smilies/14.gif' alt=':อะไรหรอ:' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span style="color: #ffffff;">.<br />
</span>ให้เราลองย้อนนึกไปถึงเว็บไซต์ที่เรารู้จัก ที่เข้าอยู่ทุกวันนี้  ว่าเรารู้จักเว็บเหล่านั้นได้อย่างไร และเวลาที่เราอยากรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้เราทำยังไงเพื่อที่จะค้นหามัน   คิดว่าคำตอบส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นการใช้บริการเว็บ Search Engine อย่างกูเกิ้ล, ยาฮู, บิง และอื่นๆ อีก </p>
<p>&#8230;ใช่แล้วค่ะ  ทางออกที่จะทำให้คนรู้จักเว็บเรา ก็คือการทำให้ผู้ชมสามารถรู้จักเว็บของเราผ่านทางเว็บ Search Engine นั่นเองค่ะ    ที่ง่ายที่สุดก็จ่ายเงินให้บรรดาเหล่า Search Engine ไปค่ะ แล้วเว็บไซต์เราจะได้อยู่ในหน้าแรก อันดับบนๆ หรือไม่ก็อยู่ทางด้านขวาของหน้าผลการค้นหา <img src="http://www.enjoyday.net/images/vocab/seo.jpg" alt="" /></p>
<p>แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินก็มีทางออกให้ คือการทำ SEO นี่แหละค่ะ อา…โยงเข้าเรื่องการทำ SEO ได้สักที</p>
<p><span style="color: #ffffff;">.</span></p>
<h3>การทำ SEO คืออะไร ?</h3>
<p>การทำ SEO (Search Engine Optimization) คือ การจัดทำ ปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยเทคนิคต่างๆ ให้เหมาะสมกับ Search Engine เพื่อให้เว็บไซต์เราถูกค้นหาเจอติดอันดับต้นๆ หรือเว็บหน้าแรกของ Search Engine เช่น google.com, yahoo.com, bing.com เป็นต้น</p>
<h3>ทำไมต้องทำ SEO ?</h3>
<p>ที่ต้องทำ SEO ก็เพราะคนส่วนใหญ่ค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านทางเว็บ Search Engine ดังนั้นยิ่งเว็บไซต์ของเราอยู่อันดับต้นๆ เท่าไรก็จะมีโอกาสถูกพบ และคลิกเข้าไปชมมากขึ้น ทำให้ลดหรือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์    ส่วนใหญ่เป้าหมายของการทำ SEO ก็เพื่อเพิ่มปริมาณคนเข้าเว็บ, เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าในเว็บไซต์ หรือเพื่อโปรโมทแบรนด์ของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์</p>
<p>การทำ SEO นั้นต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนเปิดเว็บไซต์เลยทีเดียวค่ะ ทั้งการวางแผนเนื้อหา การออกแบบเว็บ การเขียนโปรแกรม ต่างต้องทำให้สนับสนุนการทำงานของ Search Engine มากที่สุด ดังนั้นสำหรับเว็บใหญ่อาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย ได้แก่ นักการตลาด, นักออกแบบ, โปรแกรมเมอร์ และผู้ดูแลเว็บไซต์ ที่จะต้องวางแผนงานร่วมกันก่อน</p>
<p>สำหรับบทความต่อๆ ไป จะได้กล่าวถึงว่าการทำ SEO นั้นทำได้อย่างไรบ้างค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.enjoyday.net/2009/07/seo-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->