Templates by BIGtheme NET
หน้าแรก / อื่นๆ / รู้จักกับพายุต่างๆ : พายุหมุนเขตร้อน ไต้ฝุ่น ไซโคลน เฮอริเคน และ ทอร์นาโด
strom

รู้จักกับพายุต่างๆ : พายุหมุนเขตร้อน ไต้ฝุ่น ไซโคลน เฮอริเคน และ ทอร์นาโด



ดูรายงานพยากรณ์อากาศทางโทรทัศน์เมื่อต้นเดือน ผู้ดำเนินรายการบอกว่ากลางเดือนตุลาคมนี้ประเทศไทยก็จะเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว ไอ้เราก็ย่ามใจว่าฤดูฝนกำลังจะผ่านพ้นไป อาทิตย์นี้น่าจะไปขายของตลาดนัดได้แล้ว หลังจากเจอฝนตกติดๆ กันจนต้องหยุดขายของไปหลายครั้ง วันศุกร์ เสาร์ ที่ผ่านมาไปขายของ ไม่วายเจอฝนตกหนัก 2 วัน ซ้อนเลยเพราะมีพายุเข้า T.T

พูดถึงเรื่องของ “พายุ” เราก็จะนึกถึงสภาวะอากาศไม่ดี มีลมแรงจัด เวลาที่เราฟังรายงานพยากรณ์อากาศ ก็จะได้ยินพายุหลายแบบเลย เช่น “ ดีเปรสชั่น” บ้าง “ไต้ฝุ่น” บ้าง ถ้าเป็นพายุที่เกิดในต่างประเทศก็จะเรียก “เฮอริเคน” หรือ “ทอร์นาโด” ก็ไม่รู้ว่าพายุแบบไหนมันมีขนาดรุนแรงกว่ากันยังไง จำได้ว่าสมัยเป็นนักเรียนเคยเรียนเรื่องพวกนี้ แต่ดันลืมไปหมดซะแล้ว วันนี้เลยลองหาข้อมูล แล้วมาเรียบเรียงให้อ่านเข้าใจกันง่ายๆ ค่ะ

พายุ คือ ลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศอย่างรวดเร็วและรุนแรง อันเนื่องมาจากอากาศ 2 บริเวณ มีอุณหภูมิแตกต่างกันอย่างมาก อากาศร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น อากาศในแนวราบที่อุณหภูมิต่ำกว่าจึงเข้ามาแทนที่ ทำให้เกิดการหมุนของอากาศจนส่งผลให้เกิดเป็นพายุ

พายุแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้ดังนี้

1. พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorm)

เป็นพายุที่เกิดขึ้นได้ในบริเวณที่มีอากาศร้อน และมีความชื้นมากพอสมควร โดยมากเกิดในเขตร้อนแถบเส้นศูนย์สูตร เมื่ออากาศได้รับความร้อนและลอยตัวสูงขึ้น และมี ไอน้ำในปริมาณมากพอ ประกอบกับการลดลงของอุณหภูมิ จึงเกิดการกลั่นตัวควบแน่นของไอน้ำ เกิดเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง มักจะมีทั้งลมแรง ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และมีฝนตกหนัก เกิดขึ้นพร้อมกัน

2. พายุหมุนเขตร้อน (Tropical cyclone)

เป็นพายุหมุนที่เริ่มก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่เกิดขึ้นในเขตร้อนบริเวณเส้นศูนย์สูตร โดยมากมักเกิดบริเวณผิวน้ำทะเลและมหาสมุทรที่มีอุณหภูมิของน้ำสูงกว่า 27 องศาเซลเซียส มีลักษณะเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100 กม. ขึ้นไป เกิดขึ้นพร้อมกับลมที่พัดรุนแรงมาก ลมที่พัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางจะมีทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกาหากเกิดเหนือเส้นศูนย์สูตร และจะหมุนตามเข็มนาฬิกาหากเกิดใต้เส้นศูนย์สูตร ยิ่งใกล้ศูนย์กลางลมจะหมุนเกือบเป็นวงกลมและมีความเร็วสูงที่สุด อยู่ที่ประมาณ 120 – 200 กม. / ชม.

ในการพิจารณาความรุนแรงของพายุ จะใช้เกณฑ์ความเร็วลมสูงสุดที่บริเวณใกล้ศูนย์กลางพายุ แบ่งได้เป็น

1. พายุดีเปรสชั่น (Tropical depression)
เกิดขึ้นจากพายุโซนร้อนที่มีความเร็วลดลง โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางไม่ถึง 63 กม./ชม. (34 นอต) ก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองธรรมดาหรือฝนตกหนัก มีลมกรรโชกแรงเป็นครั้งคราว มีกำลังไม่แรงพอที่จะทำลายบ้านเรือนได้ แต่ถ้ามีฝนตกหนักมากๆ อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมได้

พายุระดับนี้จะเห็นเป็นกลุ่มเมฆหนาทึบ เป็นวงกลม ยังไม่มีแนวขดเป็นเกลียว หรือ ตาพายุ ชัดเจน

2. พายุโซนร้อน (Tropical storm)
เกิดขึ้นเมื่อพายุหมุนเขตร้อนขนาดใหญ่อ่อนกำลังลงขณะเคลื่อนตัวในทะเล และความเร็วที่จุดศูนย์กลางลดลงเมื่อเคลื่อนเข้าหาฝั่ง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 63 กม./ชม.ขึ้นไป (34 นอต) แต่ไม่ถึง 118 กม./ชม. (64 นอต) มีกำลังแรงพอที่จะทำลายบ้านเรือนที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรงได้ รวมทั้งทำให้กิ่งไม้หักโค่น และทำให้เกิดน้ำท่วมได้ ฝนที่ตกอย่างหนักทั้งวันทั้งคืนอาจทำให้เกิดน้ำป่าและแผ่นดินถล่มได้

พายุระดับนี้อาจเริ่มเห็นเกลียวแขนของกลุ่มเมฆบ้าง

3. พายุไต้ฝุ่น หรือ เฮอริเคน (Typhoon or Hurricane)
มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางตั้งแต่ 118 กม./ชม. ขึ้นไป (64 นอต) มีระดับความรุนแรงมากที่สุด สามารถทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือน อาจทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น เกิดไฟฟ้าช็อตหรือเพลิงไหม้ได้ ในทะเลมีคลื่นลมแรงจัดมาก เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ โดยเฉพาะเรือเล็ก และอาจมีคลื่นใหญ่ซัดชายฝั่ง ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมากจนท่วมอาคารบ้านเรือนริมทะเลได้

พายุระดับนี้มักจะเกิด “ตาพายุ” ขึ้นตรงศูนย์กลางพายุ เป็นบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำมากที่สุด ลมสงบ ท้องฟ้าโปร่ง อาจมีเมฆและฝนบ้างเล็กน้อย ส่วนรอบๆ จะเป็นบริเวณที่มีลมพัดแรงจัด มีเมฆครึ้ม มีฝนตกพายุรุนแรง

สำหรับพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพายุดีเปรสชัน เนื่องจากพายุได้อ่อนกำลังลงก่อนถึงประเทศไทย ส่วนพายุที่มีกำลังแรงขนาดพายุโซนร้อนหรือไต้ฝุ่นมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยน้อยมาก พายุเริ่มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่พายุมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยมากที่สุด รองลงไปคือเดือนกันยายน

พายุหมุนเขตร้อนระดับโซนร้อน และไต้ฝุ่นนั้นจะมีชื่อเรียกต่างกันตามบริเวณที่เกิดขึ้น ดังนี้
• พายุไต้ฝุ่น (Typhoon) เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดทางทิศตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เช่น บริเวณทะเลจีนใต้ อ่าวไทย อ่าวตังเกี๋ย ประเทศญี่ปุ่น
• พายุไซโคลน (Cyclone) เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดในมหาสมุทรอินเดีย เหนือ เช่น บริเวณอ่าวเบงกอล ทะเลอาหรับ
• พายุวิลลี-วิลลี (Willy-Willy) เป็นชื่อพายุที่เกิดบริเวณทะเลติมอร์และทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย (บริเวณทะเลเมติเตอร์เรเนียนและหมู่เกาะต่างๆ)
• พายุบาเกียว (Baguio) เป็นชื่อพายุหมุนที่เกิดในหมู่เกาะฟิลิปปินส์
• พายุเฮอร์ริเคน (Hurricane) เป็นชื่อเรียกพายุหมุนที่เกิดบริเวณทิศตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก เช่น บริเวณฟลอริดา สหรัฐอเมริกา อ่าวเม็กซิโก ทะเลแคริบเบียน เป็นต้น รวมทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณชายฝั่งประเทศเม็กซิโก
โดยความเร็วลมของพายุเฮอร์ริเคน แบ่งตามสเกลเฮอร์ริเคนของแซฟเฟอร์-ซิมป์สัน เป็น 5 ระดับ ดังนี้
ระดับ 1 มีความเร็วลมอยู่ที่ 119-153 กม./ชม.
ระดับ 2 มีความเร็วลมอยู่ที่ 154-177 กม./ชม.
ระดับ 3 มีความเร็วลมอยู่ที่ 178-209 กม./ชม.
ระดับ 4 มีความเร็วลมอยู่ที่ 210-249 กม./ชม.
ระดับ 5 มีความเร็วลมอยู่ที่ 250 กม./ชม.

3. พายุทอร์นาโด (Tornado)

หรือ พายุงวงช้าง เป็นพายุที่เกิดขึ้นจากลมร้อนและลมเย็นมาเจอกันและก่อตัวให้เกิดลมหมุน เกิดได้ทั้งบนบกและทะเล ส่วนใหญ่เกิดบนบกประมาณร้อยละ 90 ทอร์นาโดสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกทวีปและในหลายประเทศ แต่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาพบบ่อยกว่าที่อื่น เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่สามารถก่อให้เกิดลมร้อนและไอเย็นปะทะกันบริเวณทุ่งราบ โดยเฉพาะบริเวณที่ราบทางตอนกลางของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่รัฐเทกซัส (Texas) ไปจนถึงรัฐเซาท์ดาโกต้า (South Dakota) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ รู้จักกันในชื่อ “ช่องทางทอร์นาโด” (Tornado Alley)

ทอร์นาโดสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายลักษณะ โดยลักษณะที่พบได้บ่อยสุดคือลักษณะรูปทรงกรวย พายุจะก่อตัวจากก้อนเมฆ และหมุนตัวยื่นลงมาบนผืนดินในลักษณะเป็นกรวยเกลียว มีขนาดเนื้อที่เล็กหรือเส้นผ่านศูนย์กลางน้อย ประมาณ 50-500 เมตร แต่หมุนด้วยความเร็วสูง โดยความเร็วที่จุดศูนย์กลางสูงจะมากกว่าพายุหมุนอื่นๆ ซึ่งอาจเร็วถึง 500 กม./ชม. นับเป็นพายุหมุนที่มีความรุนแรงที่สุดและอันตรายมากที่สุด ไม่สามารถคาดการณ์การเกิดทอร์นาโดล่วงหน้าได้นาน แม้ว่าพายุชนิดนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่นาน ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ก่อความเสียหายระดับรุนแรง ในบริเวณที่พายุพัดผ่านสามารถกวาดยกบ้านเรือนทั้งหลังให้พังทลายได้

โดยความเร็วลมของพายุทอร์นาโด แบ่งตาม Fujita scale เป็น 5 ระดับ ดังนี้
พายุ F0 ความเร็วลม 64-116 กม./ชม.
พายุ F1 ความเร็วลม 117-180 กม./ชม.
พายุ F2 ความเร็วลม 181-253 กม./ชม.
พายุ F3 ความเร็วลม 254-332 กม./ชม.
พายุ F4 ความเร็วลม 333-418 กม./ชม.
พายุ F5 ความเร็วลม 419-512 กม./ชม.

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ “พายุ” ในบทความนี้ น่าจะพอให้เราเข้าใจแล้วว่า พายุไต้ฝุ่น เฮอร์ริเคน ไซโคลน กับทอร์นาโด เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ไม่สับสนแล้วเน๊อะ
สรุปสั้นๆ จำง่ายๆ ได้ว่า พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกต่างๆ กัน ขึ้นกับระดับความแรงหรือความเร็วในการหมุนรอบจุดศูนย์กลาง และแหล่งกำเนิด
พายุดีเปรสชั่น < พายุโซนร้อน < พายุไต้ฝุ่น (เกิดบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก) /
พายุไซโคลน (เกิดบริเวณมหาสมุทรอินเดีย) /
พายุเฮอร์ริเคน (เกิดบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก)

อ้างอิงจาก
http://www.tmd.go.th/
http://www.lib.kmutt.ac.th/st4kid/nonFlash/services/getText.jsp?id=162
http://th.wikipedia.org/wiki/สเกลพายุหมุนเขตร้อน
http://th.wikipedia.org/wiki/ทอร์นาโด

คุณอาจสนใจเรื่องนี้

empmind1

“จิตจักรพรรดิ” นิยายแนวธรรมะเรื่องเยี่ยมที่ไม่ควรพลาด

ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปนานมาก วันนี้อยากจะแนะนำนิยายเรื่องนึง เป็นนิยายแนวธรรมะ เรื่อง "จิตจักรพรรดิ" บทประพันธ์ของนักเขียนชื่อดัง คุณดังตฤณ นวนิยายที่รวมเอาทั้งเทคโนโลยีครองโลก การผจญภัยทางพลังจิต กับรักแสนหวานเกินฝัน เข้าไว้เป็นเรื่องเดียวกัน ผลคือความพันลึก ระทึกทางอารมณ์หลายชั้น!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *